Knowledgeplus ขอเชิญนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจศึกษาต่อประเทศเนเธอร์แลนด์ เข้าร่วมงานสัมมนา และพูดคุยกับเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัย ที่มีชื่อเสียงในประเทศเนเธอร์แลนด์ ภายในงาน คุณจะได้รับเอกสาร เกี่ยวกับการศึกษาต่อ และค่าใช้จ่ายระหว่างเรียน รวมถึงข้อมูลความรู้ในแง่มุมอื่นๆ อย่างละเอียด เช่น การทำงานระหว่างเรียน ทุนการศึกษา จากมหาวิทยาลัยและเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลของประเทศเนเธอร์แลนด์
การรวมตัวของ?4 มหาวิทยาลัยชื่อดังจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ในนามของ Holland Education Consortium พบกับผู้แทนมหาวิทยาลัยจาก Hanze University? Groningen, Stenden University the Netherlands,? University of? Groningen? และ Wageningen University เพื่อรับฟังข้อมูลและสมัครเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยต่างๆ
หากต้องการสมัครเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย สามารถนำใบ transcript และเอกสารประกอบการสมัครเรียนอื่นๆ ยื่นพร้อมแบบฟอร์มสมัครเรียนได้ภายในงาน
วัน
เวลา
สถานที่
วันเสาร์ที่ ?28? มีนาคม 2552
11.00 – 16.00 น.
Knowledge Plus สีลม 17
ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ฟรี! โทร. 0-2238-3933-4
Wageningen University Netherlands’ No.1 University of Life Sciences, Natural Resources, Food and Nutrition University of Groningen One of the leading research universities in Europe and the Second Oldest University in the Netherlands Stenden University the Netherlands former CHN University the Netherlands No.1 in Hospitality & Tourism Studies Hanze University Groningen One of the Largest Universities of Professional Education in the Netherlands
รับฟังข้อมูลและเอกสารเกี่ยวกับ
รับฟรี
ข้อดีของการศึกษาต่อที่ประเทศเนเธอร์แลนด์
เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศเล็กที่มีประชากรเพียง 16.2 ล้านคน แต่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 20 ของโลก นอกจากนี้เนเธอร์แลนด์ยังเป็นศูนย์กลางการคมนาคม และเป็น Gateway สู่ภูมิภาคยุโรป เนื่องจากตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่เป็นปากแม่น้ำสำคัญหลายสายซึ่งไหลมาจาก หลายประเทศในยุโรป ประเทศเนเธอร์แลนด์อยู่ห่างจาก London และ Paris เพียง 1 ชั่วโมงโดยทางเครื่องบิน
ภาษาที่เป็นทางการของฮอลแลนด์คือภาษาดัตช์ แต่ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้เป็นอย่างดี ทั้งพูด อ่าน และเขียน เนื่องจากโรงเรียน เกือบทุกแห่งจะมีการสอนภาษาต่างประเทศ และแน่นอนว่าภาษาอังกฤษจัดอยู่ในหลักสูตร ที่นักเรียนทุกคนต้องเรียน นับแต่ปีค.ศ. 1999 เมื่อครั้งที่สหภาพยุโรป ได้เริ่มจัดระบบปริญญาตรี และโทอย่างเป็นทางการ เนเธอร์แลนด์ เป็นหนึ่งในประเทศระดับแถวหน้า ที่เริ่มจัดระบบการศึกษาขึ้นใหม่ จะเห็นได้จากปัจจุบันมีหลักสูตรนานาชาติมากมาย และมากกว่า 1,000 หลักสูตร สอนเป็นภาษา อังกฤษ อีกทั้งบางสาขาวิชาก็สอนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด
เนเธอร์แลนด์เป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 3 ของไทย ในกลุ่มสหภาพยุโรป (รองจากเยอรมนีและสหราชอาณาจักร) มีบริษัท ของชาวดัชต์มากกว่า 30 แห่งเปิดดำเนินการในประเทศไทย ซึ่งหลายแห่งเป็นที่รู้จักกันดี เช่น ING ประกันชีวิต, Shell, Unilever, Heineken, Philips, สายการบิน KLM และ Makro เป็นต้น
ปัจจุบันมีนักเรียนไทยให้ความสนใจไปเรียนที่ประเทศเนเธอร์แลนด์เพิ่มมากขึ้น เรื่อยๆ เนื่องจากเป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากค่าครองชีพ และค่าเล่าเรียนไม่แพง เมื่อเทียบกับประเทศ ในแถบยุโรปอื่นๆ โดยค่าเล่าเรียนในระดับปริญญาตรีสำหรับนักเรียนต่างชาติประมาณ 3,500 – 5,000 Euro ต่อปีเท่านั้น สำหรับหลักสูตรในระดับปริญญาโทนั้น ส่วนใหญ่แล้วใช้เวลาเรียนเพียง 1 ปี
ฮอลแลนด์จัดว่าเป็นประเทศที่ค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพไม่แพงจนเกินไป เมื่อเทียบกับหลายๆ ประเทศทั่วโลก ผลสำรวจของ EIU (Economist Intelligence Unit) ชี้ให้เห็นว่าครองชีพในกรุงอัมสเตอร์ดัม จัดอยู่ในระดับพอประมาณ ไม่สูงมากจนเกินไป เมื่อเทียบกับใหญ่อย่างนิวยอร์ก ลอนดอน ปารีส และปักกิ่ง สถาบันการศึกษาระดับสูง ส่วนใหญ ่ในฮอลแลนด์ได้รับการสนับสนุน ทางการเงินจากรัฐบาล และสถาบันการศึกษา ของที่นี่ก็ไม่ได้ก่อตั้งขึ้น เพื่อหาผลกำไรแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าจะต้องเสียค่าเล่าเรียนสำหรับการศึกษาในประเทศฮอลแลนด์ แต่ค่าใช้จ่ายก็สมเหตุสมผล ค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียน 1 คนประมาณ 700 – 900 ยูโรต่อเดือน รวมเบ็ดเสร็จค่าที่พักและค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในแต่ละวัน
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.knowledgeplus.ac.th/?p=news&id=1&s=27