ประธานสภานิสิตนักศึกษา มบส. แฉ ‘เหล้าปั่น’ ระบาดหนักช่วงรับน้อง รุ่นพี่โชว์ไฮโซให้รุ่นน้องผู้หญิงดื่ม? ขณะ ม.ราชภัฏฯ เฝ้าระวังการเปิดร้านเหล้าอยู่ติดสถานศึกษา ประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องเอาผิด? …
วันนี้ (18 มิ.ย.) ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา (กลุ่มถักทอฝัน) และ มบส. จัดเสวนา ‘รับน้องสร้างสรรค์ หรือปลูกฝังอำนาจนิยม’ โดย รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า การรับน้องที่ผ่านมามักเห็นรุ่นพี่มีอำนาจเหนือรุ่นน้อง หลายเรื่องเป็นการละเมิดสิทธิ และขัดต่อหลักการความเสมอภาคตามระบอบประชาธิปไตย นักศึกษาปี 1 กลายเป็นไพร่ และรอวันขึ้นมาเป็นรุ่นพี่ ปี 2 เพื่อทำในสิ่งที่ถูกกระทำ สิ่งเหล่านี้เป็นอำนาจนิยม ซึ่งหากเราไม่รู้เท่าทันจะเป็นอันตราย และเกือบทุกมหาวิทยาลัย ไม่เคยปลูกฝังเรื่องความเสมอภาค จนทำให้ปัญญาชนไม่เข้าใจ และทำให้ระบอบประชาธิปไตยล้มเหลว ทั้งนี้ทุกปีมีปัญญาชนเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องถึง 2-3 แสนคน จาก 180 สถาบันอุดมศึกษา ใน 66 จังหวัดทั่วประเทศ หากเราเปลี่ยนให้ปัญญาชนเหล่านี้ทำกิจกรรมสร้างสรรค์จะเป็นการเปลี่ยนประเทศไทย พลิกจากอำนาจนิยม เผด็จการ เป็นการรับน้องสร้างสรรค์ และขอเสนอให้ใช้งาน ‘ต้อนรับน้องใหม่’ แทนการรับน้องแบบอำนาจนิยม
นายวัชรา บัวทอง ประธานสภานิสิตนักศึกษา มบส. กล่าวว่า ปัจจุบันนักเรียน นักศึกษากำลังก้าวมาเป็นนักดื่มหน้าใหม่ในอัตราที่สูงมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงวัย 15-19 ปี ช่วง 7 ปี (2539-2546) มีการดื่มสุราเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า โดยเฉพาะเครื่องดื่มผลไม้ที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์ หรือเหล้าปั่น กำลังเป็นที่นิยม และฮิตมากช่วงปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ และช่วงรับน้อง เป็นการแสดงความไฮโซของรุ่นพี่ต่อรุ่นน้องที่เป็นผู้หญิง และขณะนี้จำนวนนักดื่มหน้าใหม่ มีเพิ่มมากขึ้นทุกปี ทั้งยังพบอีกว่าเด็กอายุเพียง 8-9 ขวบ เริ่มสัมผัสแอลกอฮอล์แล้ว ที่น่าห่วงคือความเสี่ยงทางอ้อมที่แฝงมาในรูปทุนสุรา โดยบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะเข้ามาสนับสนุนจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของนักศึกษา หรือ แม้แต่การให้ทุนการศึกษา ทำให้นักศึกษาจดจำสัญลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น ๆ ได้ อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยราชภัฏ 40 แห่งทั่วประเทศได้หารือและมีนโยบายว่า ในปี 2552 จะดำเนินการต่อต้านและเฝ้าระวังร่วมทั้งติดตามการเปิดร้านเหล้าปั่น ร้านเหล้า และสถานบันเทิงที่อยู่ติดสถานศึกษา และประสานไปยังมหาวิทยาลัยทุกแห่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอาผิดกับร้านเหล้า เนื่องจากทำผิด พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2551 และจัดกิจกรรมรณรงค์ Road Show no Alc. กับเครือข่ายองค์การนักศึกษา 20 สถาบันในการป้องกันนักดื่มหน้าใหม่หรือตกเป็นเหยื่อธุรกิจสุรา
ส่วนที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับอธิการบดีและรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลส่วนกลางจำนวน 5 แห่ง ว่า ได้เชิญผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 5 แห่งหารือ เพื่อช่วยหาที่เรียนให้กับนักศึกษา ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบจากการรับน้อง และไม่สามารถเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ซึ่งได้ร้องเรียนผ่านมูลนิธิปวีณา หงสกุล จำนวน 22 ราย และร้องเรียนผ่าน สกอ. 4 ราย รวมจำนวน 26 ราย
นายสุเมธ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบพบว่าในจำนวนดังกล่าวมีที่เรียนแล้ว ทั้งที่มหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนจำนวน 7 คน ที่เหลือได้รับความร่วมมือที่ดีจากผู้บริหารทั้ง 5 แห่งในการรับนักศึกษาที่ได้รับความเดือดร้อนเข้าเรียนโดยพิจารณาตามคุณสมบัติพื้นฐาน และที่อยู่ของนักศึกษาแต่ละคน แยกเป็นมหาวิทยาลัยที่รับดังนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จำนวน 9 คน แบ่งเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์ 3 คน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ 5 คน คณะศิลปกรรมศาสตร์ 1 คน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ 4 คน แบ่งเป็นศูนย์นนทบุรี 2 คน ศูนย์สุพรรณบุรี 2 คน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จ.เชียงใหม่ 1 คน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย จ.สงขลา 2 คน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระนคร 1 คน ส่วนอีก 2 คนต้องการเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงานกับผู้บริหารมหาวิทยาลัย
นายสุเมธ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ สกอ.จะส่งมอบรายชื่อพร้อมผลการเรียนของนักศึกษาแต่ละคนให้กับมหาวิทยาลัยที่ได้ประสานไว้ เพื่อตรวจสอบรายละเอียดคุณสมบัติอีกครั้ง ซึ่งหากไม่สอดคล้องกับคณะที่นักศึกษาขอเข้าเรียนก็อาจจะพิจารณาสาขาวิชาอื่นที่สอดคล้อง ขณะเดียวกับสกอ.ได้แจ้งไปยังนักศึกษาที่ขอความช่วยเหลือแต่ละคนได้รับทราบถึงการจัดสถานที่เรียนให้อาจจะไม่ได้ตามที่ขอทั้งหมด แต่พยายามจัดให้อย่างเต็มที่ตามความเหมาะสม เพราะต้องเข้าใจด้วยว่าหลายสถาบันรับนักศึกษาเต็มหรือเกินจำนวนที่รับไว้แล้ว
วันเดียวกัน ตัวแทนกลุ่มนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันชั้นปีที่ 2 จำนวน 10 คน ได้เดินทางมามอบกระเช้าดอกไม้แสดงความขอบคุณ นายสุเมธ ที่ได้ประสานความช่วยเหลือจนทำให้ผู้บริหารสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เปิดรับนักศึกษารอบที่ 4 พร้อมรับปากจะกลับไปช่วยติวน้องๆ ให้ผ่านเกณฑ์การสอบคัดเลือกเข้าให้ได้ โดยนายสุเมธ ได้กล่าวย้ำว่า การดำเนินการใดๆ ต้องคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม และขอให้นักศึกษารุ่นพี่ช่วยดูแลรุ่นน้องและเรียนให้ดีที่สุด
ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ