”ชาคริต แย้มนาม” หลั่งน้ำตาแถลงข่าวเปิดใจ สุดทนข่าวฉาวจากหนัง ”แฟนเก่า” ทั้งเรื่องเจอบิกินีกิ๊บซี่จนเป้าตุง – ขยำนมโบวี่ จนถูกมองว่าเป็นคนวิตถาร เจ้าตัวจวกทีมประชาสัมพันธ์อาวองเป็นต้นเหตุ พร้อมประกาศอาจอำลาวงการ
กลายเป็นเรื่องที่ทำเอาเจ้าตัวถึงกับหลั่งน้ำตาเลยทีเดียว สำหรับการโปรโมตภาพยนตร์เรื่อง ”แฟนเก่า” ของค่ายอาวอง ที่นำแสดงโดยพระเอก ”ชาคริต แย้มนาม” ที่ก่อนหน้านี้มีฉากหนุ่มชาคริตเล่นน้ำทะเลกับสาวเซ็กซี่ ”กิ๊ฟซี่” วนิดา เติมธนาภรณ์ นักร้องวงเกิร์ลลี่เบอร์รี่ จนถูกแซวว่าเกิดอารมณ์ “เป้าตุง” และฉากเลิฟซีนกับสาว ”โบวี่” อัฐมา ชีวนิชพันธ์ ที่มีการสัมผัสหน้าอกของฝ่ายหญิงจนกลายเป็นคำพาดหัวว่า ”ชาคริตขยำนมโบวี่” งานนี้ทำเอาพระเอกหนุ่มอดรนทนไม่ไหวต้องขอออกมาเคลียร์สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น ณ ร้าน โอยัวะ ย่าน ม.เกษตรศาตร์ เมื่อช่วงเที่ยงของวันจันทร์ที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา
โดยหนุ่มชาคริตยอมรับว่ารู้สึกงงกับแผนการทำประชาสัมพันธ์ของทางค่าย ซึ่งที่ผ่านมามีคนมาตามสัมภาษณ์ตน แต่ทางทีมประชาสัมพันธ์ไม่ได้มีใครออกมาปกป้องตนเลย แล้วข่าวก็ออกมาในทางวิตถารมากกว่าเรื่องของการแสดง นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ทำให้คนเข้าใจว่าหนังเรื่องนี้เอามาจากชีวิตของชาคริตอีกด้วย
”ตั้งแต่ผมได้แสดงหนังเรื่องนี้ก็มีข่าวว่าเอาชีวิตจริงของผมมาทำเป็นหนัง แต่ความจริงแล้วเนื้อหาในหนังเกี่ยวกับผู้ชายเจ้าชู้ที่ทำให้ผู้หญิงแค้นจนฆ่าตัวตาย ดูเพื่อความบันเทิง ให้แง่คิดเป็นเพียงการแสดงไม่ใช่ตัวผมเลย แต่ข่าวหลังจากนั้นก็ยังพุ่งประเด็นว่าผมเจ้าชู้ตรงกับในหนัง จนมาถึงข่าวกับกิ๊ฟซี่ที่ใส่บิกินี ผมไม่ใช่คนเถื่อนขนาดนั้น เป็นภาพในการถ่ายทำไม่ได้เกิดอารมณ์อย่างที่เป็นข่าว ส่วนฉากรักกับโบวี่ที่ว่าขยำนมก็เป็นการถอดกระดุม นักแสดงต้องเล่นตามบท ไม่สามารถทำอะไรนอกเหนือคิวเลย” ชาคริตกล่าวอย่างเซ็งๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวดังกล่าวหนุ่มชาคริตได้พาคุณแม่สมลักษณ์ แย้มนาม รวมถึง ”ต้อม”? ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์ ผู้กำกับฯ หนังเรื่อง ”แฟนเก่า” มาร่วมแถลงข่าวด้วย ซึ่งพระเอกหนุ่มเผยว่า ”ปกติแม่ไม่เคยยุ่งเกี่ยว แต่วันนี้รู้สึกไม่ไหวจริงๆ เลยให้แม่มาให้กำลังใจด้วย สิ่งที่ออกมาไม่เคยมีใครออกมาขอโทษ ชีวิตผมรักงานมาก อุทิศตัวให้งานและรักศิลปะการแสดงทั้งที่ครอบครัวไม่มีใครเห็นด้วย อยากบอกว่าเราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง เรื่องที่เกิดขึ้นผมไม่ได้โทษว่าเกิดจากสื่อ ยกเว้นเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ ถ้าการคุยกันก่อนจะไม่เกิดเรื่อง เช้าวันนี้ผมจึงโทรศัพท์ไปหาพี่ต้อม วันนี้ที่มาพูดไม่ใช่การโปรโมตหนังแน่นอน เรียกว่ามาหยุดโปรโมตเลยด้วยซ้ำ เพราะมันไม่แฟร์ ผมไม่อยากต้องโดนด่า ไม่อยากให้คนเข้าใจผิด เพราะข่าวเล่นมาถึงเรื่องกาม เรื่องวิตถารแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าเราจะอยู่ในวงการได้นานแค่ไหน คนที่จะจ้างเราร่วมงานเล่นละครก็คงต้องคิด อยากให้ข่าวที่ออกมามีความเป็นจริงมากกว่า”
จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากนี้จะทำอย่างไร พระเอกหนุ่มถึงกับน้ำตาซึมก่อนจะตัดพ้อว่า อาจขออำลาวงการไปเลย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้คุยกับคุณแม่ไว้แล้ว และคงไม่ฟ้องร้องหรือพูดคุยอะไรกับทีมประชาสัมพันธ์อาวองอีกต่อไป
”ผมคงทำงานส่วนที่มีการรับไว้ตกลงไว้ แล้วอาจจะขอออกจากวงการไปเลย คงไม่มีการฟ้องร้องใดๆ เป็นเรื่องของจิตใจ เรื่องที่เกิดขึ้นผมไม่ได้เช็กที่มาของข่าว แค่อยากออกมาปกป้องตัวเอง และไม่คิดจะคุยกับทีมประชาสัมพันธ์ ถือว่าเขาใช้วิจารณญาณ ถ้าเขามีเหตุผล ถ้าเขาคิดว่าผมขายได้ทางนี้ ก็อยากให้บอกกันบ้าง โดยส่วนตัวผมรู้จักตัวตนตัวเองดี รู้จักทำอะไรถูกต้อง แม่ผมก็สอนมาดี”
อย่างไรก็ตามเมื่อถามย้ำเรื่องการอำลาวงการชาคริตเผยว่า ”ผมเคยคิดทิ้งทุกอย่างไปอยู่อเมริกา ลึกๆ ไม่อยากทิ้งสิ่งที่ผมรัก แต่ก็รู้สึกกดดันมาก แต่ยังโชคดีที่คนที่ผมร่วมงานเข้าใจและรักผม ผมมีความสุขที่ได้ทำให้คนอื่นมีความสุข จนบางทีลืมคิดว่าตัวเองคิดอย่างไร จะอยู่ได้หรือไม่ได้คงต้องตัดสินใจอีกที แต่ผมก็ยังรักในการแสดงมาก”
ด้านคุณแม่สมลักษณ์ แย้มนาม เปิดเผยความรู้สึกว่า ที่มาวันนี้มาเป็นเพื่อนลูก เพราะรู้สึกว่าข่าวที่เกิดขึ้นแรงเกินไป รู้สึกว่าข่าวดังกล่าวนั้นเกินขอบเขต จริงๆ ครอบครัวไม่ต้องการให้ชาคริตอยู่ในวงการ แต่ชาคริตรักการแสดงมาก
”คือถ้าเป็นเรื่องการแสดงนั้นพูดได้เลย แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวก็ควรจะถามเจ้าตัวก่อน ถึงเขาจะเป็นคนสาธารณะแต่อยากให้มีจรรยาบรรณ ต้องคิดว่ามันทำร้ายชีวิตส่วนตัวหรือไม่ ลูกชายแม่อยู่ในที่แจ้ง ถ้าใครมีลูกสาวแล้วเค้าดูข่าวจากสื่อก็ต้องคิดแล้วว่าเค้าก็ต้องรู้สึกอะไรบ้าง สิ่งที่บอกลูกชายคือถ้าอยู่ต่อไป ทนได้ก็ทนไป ทนไม่ได้ก็ออกมา อย่างข่าวฉายาไม้เลื้อย อาจจะดูตลกแต่ครอบครัวเราตลกไม่ออก ฝากแทนนักแสดงทุกคนว่าเค้าก็มีโลกส่วนตัว ข่าวส่วนตัวก็ควรถามเจ้าตัว” แม่พระเอกหนุ่มกล่าว
ขณะที่ผู้กำกับฯ ”ต้อม-ปิยะพันธุ์”? ซึ่งนั่งแท่นผู้จัดการฝ่ายผลิต บ.อาวอง เผยว่า ตนได้ทราบเรื่องเพราะชาคริตโทรศัพท์มาหาและไม่พอใจข่าวประชาสัมพันธ์ จากนี้ก็คงต้องคุยกับทีมประชาสัมพันธ์ว่าประเด็นข่าวหวือหวาที่ถูกส่งออกไป มาจากทางทีมประชาสัมพันธ์หรือในอินเทอร์เน็ตเป็นคนสร้างประเด็น แต่ตนได้บอกทีมงานแล้วว่าต้องมีการขอโทษชาคริตและคุณแม่ด้วย
”ที่ชาคริตเขารู้สึกโกรธ เป็นเพราะข่าวเล่นประเด็นที่ไม่เกี่ยวกับหนัง ถามว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อหนังมั้ย ผมเป็นห่วงความรู้สึกของชาคริตมากกว่า ในส่วนของผู้กำกับฯ มีหน้าที่ด้านการผลิต ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการประชาสัมพันธ์? ส่วนเรื่องภาพตัวอย่างหนังที่ดูหวือหวา ที่จริงในหนังไม่ได้เน้นนำเสนอประเด็นนั้น แต่เน้นความรักหญิงชาย ต้องมีเรื่องส่วนตัวในฉากรัก หลังได้ฟังชาคริตพูดผมรู้สึกเห็นใจอยากให้โปรโมตที่เนื้อหาหนังมากกว่า” ผู้กำกับฯ ต้อมกล่าว
ที่มา สยาม ดารา