เด็กไทยสุดเจ๋ง คว้าทอง แข่งคอมฯโอลิมปิก

Pic_26591

ความสำเร็จของเด็กไทยที่สร้างชื่อก้องโลกอีกครั้ง ในการแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ที่บัลกาเรีย ผู้แทนประเทศไทยคว้า 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง

วันนี้ (15 ส.ค.) น.ส.นารี วงศ์สิโรจน์กุล รักษาการแทนผอ.สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวว่า ตามที่ สสวท. ได้คัดเลือกและส่งคณะผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกระหว่าง ประเทศ ประจำปี 2552 จำนวน 4 คน ระหว่างวันที่ 8 – 14 ส.ค. ที่ผ่านมา ณ เมืองพลอฟดิฟ ประเทศบัลกาเรีย ซึ่งมีจำนวนทีมที่เข้าแข่งขัน 84 ประเทศ รวมผู้เข้าแข่งขัน 324 คน ผลปรากฏว่า ผู้แทนประเทศไทยทำได้ 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง

เหรียญ ทองได้จากนายวิสิฐ ภัทรนุธาพร ร.ร.มหิดลวิทยานุสรณ์ เหรียญเงินได้จาก นายพศิน มนูรังษี ร.ร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และนายอาภาพงศ์ จันทร์ทอง ร.ร. มหิดลวิทยานุสรณ์ เหรียญทองแดงได้จาก น.ส.ทักษพร กิตติอัครเสถียร ร.ร. สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม โดยคณะผู้แทนประเทศไทยฯ จะเดินทางกลับถึงไทยในวันที่ 16 ส.ค. เที่ยวบิน TG 923 เวลา 12.55 น. และ สสวท.จะมีพิธีต้อนรับ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ที่ชั้น 2 ด้านใน ประตูที่ 5


นาย วิสิฐ ภัทรนุธาพร ร.ร.มหิดลวิทยานุสรณ์ ที่สามารถคว้าเหรียญทองมาได้ กล่าวว่า การแข่งขันโอลิมปิกวิชาการมีส่วนส่งเสริมเด็กรุ่นใหม่ให้สนใจเรียนวิทยา ศาสตร์มากขึ้นพอสมควร เพราะหลังจากมีโครงการโอลิมปิกวิชาการแล้ว มาตรฐานวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ของนักเรียนไทยก็สูงขึ้น จำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการก็มากขึ้นทุกปี และการแข่งขันช่วยกระตุ้นการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ครอบครัวมีส่วนสนับสนุนการเรียนดีและปลูกฝังพื้นฐานที่ดี สังเกตได้ว่าคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมักมีครอบครัวที่อบอุ่น ปลูกฝังทั้งการศึกษา คุณธรรม จริยธรรม ครอบครัวจึงเป็นรากฐานสำคัญของอนาคตชาติ

ขณะ ที่นายพศิน มนูรังษี ร.ร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เจ้าของเหรียญเงิน กล่าวว่า เคยเข้าแข่งขันโอลิมปิกวิชาการมาแล้วถึง 3 ครั้ง โดยปี2551 คว้าเหรียญทองคณิตศาสตร์โอลิมปิกจากประเทศสเปนและยังทำคะแนนได้สูงเป็น อันดับที่ 8 ของโลกอีกด้วย แต่ปีนี้สมัครมาเป็นผู้แทนประเทศไทยในวิชาคอมพิวเตอร์เพราะเห็นว่า คอมพิวเตอร์มีบทบาทสำคัญต่อชีวิตในโลกปัจจุบันมาก ทั้งการทำงาน การเรียน การติดต่อสื่อสาร

นาย อาภาพงศ์ จันทร์ทอง ร.ร.มหิดลวิทยานุสรณ์ กล่าวว่า เด็กจะเบื่อหรือไม่เบื่อวิชาไหนขึ้นกับความรักและสนใจในวิชานั้น ปัจจุบันการเรียนเน้นเนื้อหาหนัก ไม่เน้นการคิดวิเคราะห์ให้เด็กแสดงความคิดเห็น แต่เน้นเรื่องสอบมากเกินไป ทางที่ดีควรเน้นให้เด็กได้คิด วิเคราะห์ เพื่อแสดงความคิดเห็น และไม่เห็นด้วยที่ผู้ปกครองกดดันลูกให้เรียนในสิ่งที่ตนอยากให้เรียน แต่ควรปล่อยให้ลูกตัดสินใจเอง อนาคตตั้งใจอยากสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อที่ประเทศไทยจะได้ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ แต่หันมาใช้ของที่ผลิตคิดค้นได้ด้วยมันสมองของเราเอง

ด้าน น.ส.ทักษพร กิตติอัครเสถียร ร.ร. สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม กล่าวว่า อยากทำงานเขียนโปรแกรมที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในโลกได้ ส่วนปัจจุบันมีหลักในการเรียนดีคือไม่ใช้เวลาทั้งหมดกับการเรียนแต่แบ่งเวลา พักผ่อนบ้าง เคยทดลองเรียนกวดวิชาแล้ว แต่ไม่ชอบจึงเลิกและเปลี่ยนมาศึกษาด้วยตัวเองโดยตั้งใจเรียนในห้องให้มากๆ เอาใจใส่ทำการบ้าน ทำให้ได้คะแนนดี แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนๆ แบบช่วยกันเรียน และสอนการเขียนโปรแกรมให้รุ่นน้องที่สนใจเข้าโครงการโอลิมปิกด้วย


ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ความคิดเห็น
เชิญแสดงความคิดเห็น »
ชื่อ
อีเมล
ความเห็น

This site is using OpenAvatar based on