นัก วิทยาศาสตร์หญิง รั้วจามจุรีได้รับคัดเลือกเข้าทีมวิจัยระดับโลก เพื่อศึกษาปัญหาโลกร้อนที่ขั้วโลกใต้ เผยเป็นนักวิทยาศาสตร์หญิงไทยคนแรกที่ถูกคัดเลือก และยังเป็นนักวิทยาศาสตร์หนึ่งเดียวของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้ร่วมทีม วิจัยชุดนี้
เกียรติภูมิ ของนักวิจัยหญิงไทยที่ได้รับการชื่นชมในระดับโลกรายนี้ เป็นที่เปิดเผยโดยนายสุพจน์ หารหนองบัว คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ว่า หลังจากที่นายวรณพ วิยกาญจน์ จากภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล เคยได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ให้เป็นตัวแทนนักวิทยาศาสตร์ไทยคนแรก ร่วมสำรวจทวีปแอนตาร์กติก หรือขั้วโลกใต้ ร่วมกับคณะสำรวจทวีปแอนตาร์กติกญี่ปุ่นที่ 46 (JARE-46; 46th Japanese Antarctic Research Expedition) เมื่อเดือน พ.ย. 2547 และในปี 2552 เป็นที่น่ายินดีว่ามีนักวิทยาศาสตร์ไทยอีกคน คือ น.ส.สุชนา ชวนิชย์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล ได้เป็นตัวแทนคนที่สอง ที่ได้รับคัดเลือกให้ร่วมเดินทาง เพื่อทำวิจัยกับคณะสำรวจ JARE-51 โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยขั้วโลกแห่งชาติ ประเทศญี่ปุ่น (NIPR; National Institute of Polar Research) นับเป็นนักวิทยาศาสตร์หญิงคนแรกของไทยที่ได้เข้าร่วมทีมวิจัยดังกล่าว และยังถือเป็นนักวิทยาศาสตร์คนเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับคัด เลือกเข้าทีมวิจัยชุดนี้
คณบดีคณะวิทยาศาสตร์กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ น.ส.สุชนาผ่านการตรวจร่างกายแล้ว พร้อมทั้งได้รับการประกาศให้เป็นหนึ่งใน 80 คนของคณะสำรวจ JARE-51 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีกำหนดออกเดินทางจากเมืองท่า Fremantle ประเทศออสเตรเลีย ปลายเดือน พ.ย.นี้ เพื่อเข้าสู่พื้นที่และเริ่มปฏิบัติการ ณ สถานีวิจัยโชวะ (Syowa Station) และพื้นที่ใกล้เคียง ในช่วงที่น้ำแข็งเริ่มละลาย ประมาณกลางเดือน ธ.ค. เป็นเวลา 8-9 สัปดาห์ ก่อนออกจากทะเลที่จะกลายเป็นน้ำแข็งอีกครั้ง เพื่อกลับถึงเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ปลายเดือน มี.ค. 2553 สำหรับการเดินทางใช้เรือสำรวจทวีปแอนตาร์กติกญี่ปุ่น ลำที่ 4 ซึ่งเป็นเรือตัดน้ำแข็งที่มีชื่อว่า M/V Shirase II
สำหรับ วัตถุประสงค์หลักของคณะสำรวจครั้งนี้ เพื่อศึกษาผลจากภาวะโลกร้อนที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม และศึกษาประสิทธิภาพของเรือสำรวจลำใหม่ นอกจากนั้นยังมีเป้าหมายในการสร้างฐานความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์ ญี่ปุ่นและไทยในการศึกษาวิจัย ณ ทวีปแอนตาร์กติกในอนาคต ทั้งนี้ น.ส.สุชนาจะเข้าไปทำงานกับกลุ่มวิจัยชีววิทยาและกลุ่มสำรวจสมุทรศาสตร์เป็น หลัก นอกเหนือจากติดตามการปฏิบัติงานของคณะสำรวจทุกกลุ่มในทุกพื้นที่เท่าที่จะ สามารถดำเนินการได้ และที่สำคัญ สถาบัน NIPR ยังได้อนุมัติให้นักจัดทำสารคดีชาวไทยอีกหนึ่งคน ได้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อจัดทำสารคดีที่เกี่ยวกับการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของ น.ส.สุชนา เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้กับคนไทยได้เข้าใจเป็นระยะๆ ตลอดการเดินทางครั้งนี้
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันศุกร์ 25 ก.ย. อ้างแถลงการณ์ของกองทุนสัตว์ป่าโลกของสหประชาชาติ? (WWF)? ระบุตลอดช่วงปีที่แล้ว นักวิทยาศาสตร์นานาชาติค้นพบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่อาศัยอยู่ แถบลุ่มแม่น้ำโขงมากถึง 163 สายพันธุ์ มีทั้งพืชและสัตว์นานาชนิด ประกอบด้วยพืช 100 สายพันธุ์ ปลา 28 สายพันธุ์ สัตว์เลื้อยคลาน 18 สายพันธุ์ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 14 สายพันธุ์ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 2 สายพันธุ์ และนก 1 สายพันธุ์ รวมพืชและสัตว์สายพันธุ์ใหม่ที่ถูกค้นพบในแถบลุ่มน้ำโขงระหว่างปี 2540-2550 แล้วมากกว่า 1,000 สายพันธุ์
นายสเตราต์ แชปแมน ผู้อำนวยการ WWF เพื่อโครงการศึกษาแถบลุ่มแม่น้ำโขง ระบุสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ เหล่านี้ ไม่ได้ถูกพบเห็นได้ทั่วไปตลอดช่วง 100 ปีที่ผ่านมา แต่ในที่สุดก็ถูกค้นพบจนได้ในพื้นที่ไล่ตั้งแต่กัมพูชา ลาว พม่า ไทย เวียดนาม ไปจนถึงมณฑลยูนนานของจีน นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ายังมีสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่อาศัยอยู่แถบลุ่ม แม่น้ำโขงอีกมากมายหลายชนิด? กำลังรอการค้นพบเจอ อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ห่วงว่า ผลจากสภาพอากาศโลกเปลี่ยนแปลงและภาวะโลกร้อน? กำลังกระทบถึงวิถีชีวิตของสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่เหล่านั้นให้สูญพันธุ์ ได้ง่ายๆ แม้สิ่งมีชีวิตหลายสายพันธุ์ สามารถปรับตัวเข้ากับสภาวะแวดล้อมใหม่ๆได้ แต่สิ่งมีชีวิตอีกหลายสายพันธุ์ไม่สามารถปรับตัวเช่นนั้นได้
ใน จำนวน สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ที่ถูกค้นพบแถบ ลุ่มแม่น้ำโขงล่าสุด ได้แก่ กบมีเขี้ยว ซึ่งสามารถฮุบกินนกและแมลงตัวใหญ่ๆ ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนั้น ยังมีตุ๊กแกลายเสือดาว ถูกค้นพบบนเกาะทางภาคเหนือของเวียดนาม เช่นเดียวกับงูพิษอีก 1 สายพันธุ์
ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ