กยศ.เผย เด็กเบี้ยวหนี้ กว่าหมื่นล้าน

Pic_39926

เผยทั่วประเทศถูกบอกเลิกสัญญาและถูกฟ้องคดีเป็นจำนวน 148,613 ราย แนะคนกู้ยืมเพื่อการศึกษาเข้าร่วมโครงการไกล่เกลี่ยฯ เพื่อหาแนวทางในการยุติข้อพิพาทด้วยความสมานฉันท์ ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี…

วันนี้(15 ต.ค.)ที่ห้องประชุมสำนักงานศาลยุติธรรม อาคารศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กทม. นายวิรัช ชินวินิจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม พร้อมด้วย น.ส.จิตตรา กาญธนะประเสริฐ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ประจำสำนักประธานศาลฎีกา นพ.ธาดา มาร์ติน ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) และนายธนิต ลักษณะพุกก์ ผอ.ฝ่ายอาวุโส รักษาการผู้บริหารกลุ่มรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ และโครงการภาครัฐ สายงานธุรกิจภาครัฐ บมจ. ธนาคารกรุงไทย แถลงข่าวโครงการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาก่อนฟ้องคดี ประจำปี 2553

โดยนายวิรัช กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค. 2552 – 6 มี.ค. 2553 ในพื้นที่แต่ละภาครวมทั้งสิ้น 36 จังหวัด โดยดำเนินการทีละจังหวัด เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออก และสิ้นสุดที่กทม. ผู้ที่ค้างชำระหนี้ กยศ. กลุ่มดังกล่าว สามารถเข้าร่วมโครงการไกล่เกลี่ยฯ ในจังหวัดใดก็ได้ที่สามารถเดินทางมาได้สะดวก เนื่องจากในปี 2552 มีจำนวนผู้ กยศ. จากทั่วประเทศถูกบอกเลิกสัญญาและจะถูกฟ้องคดีเป็นจำนวน 148,613 ราย และในปี 2553 นี้ มีจำนวนผู้กู้จากทั่วประเทศถูกบอกเลิกสัญญาและจะถูกดำเนินคดีจำนวน 161,739 ราย ซึ่งมากกว่าปีที่ผ่านมา 13,126 ราย สำนักงานศาลยุติธรรม มีนโยบายในการลดปริมาณคดีที่ขึ้นสู่ศาล โดยประสานความร่วมมือกันระหว่างสำนักระงับข้อพิพาท กยศ. และศาลยุติธรรม ที่เข้าร่วมกิจกรรมทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่าง กยศ. และผู้กู้ เพื่อหาแนวทางในการยุติข้อพิพาทด้วยความสมานฉันท์ ทั้งนี้จากการดำเนินงานโครงการดังกล่าว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 จนถึงปัจจุบัน สามารถตกลงยุติข้อพิพาทได้มากกว่าร้อยละ 90

ด้านนพ.ธาดา มาร์ติน กล่าวว่า โครงการนี้เพื่อต้องการช่วยเหลือผู้กู้ที่ค้างชำระหนี้ 5 งวดขึ้นไป ซึ่งกำลังจะถูกบอกเลิกสัญญาในปี 2553 รวมถึงผู้ค้ำประกันไม่ต้องถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ซึ่งมีอยู่ 161,739 ราย เป็นมูลหนี้ที่ค้างชำระประมาณ 15,824 ล้านบาท ซึ่งหากมีการนำคดีดังกล่าวยื่นฟ้องต่อศาล กยศ. จะต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 1,040 ล้านบาท แต่ถ้าได้มีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนดำเนินคดี จะทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีไปได้มาก สำหรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการผ่อนชำระหนี้คืน ในการไกล่เกลี่ย มี 2 กรณี คือ ทำคำรับรองขอชำระหนี้ที่ค้างชำระทั้งหมด หรือทำสัญญาประนีประนอมยอมความนอกศาล โดยขอให้ผู้กู้ยืมที่มาเข้าร่วมโครงการเตรียมเอกสารหลักฐานแสดงตนมาให้พร้อม หากไม่สามารถเดินทางมาด้วยตนเองได้ ให้ทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ที่บรรลุนิติภาวะเป็นผู้มาศาลเพื่อทำการเจรจาแทน ผู้ที่สนใจเข้าดูรายละเอียดกำหนดการของแต่ละจังหวัด และเงื่อนไขหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการได้ ทาง www.studentloan.or.th หรือ สอบถามเพิ่มเติมโทร. 0-2610-4888

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ความคิดเห็น
เชิญแสดงความคิดเห็น »
ชื่อ
อีเมล
ความเห็น

This site is using OpenAvatar based on