ตีแผ่นักเรียนอีสานฮิตเสพกัญชามากกว่ายาบ้า
Pic_43133

วิจัย พบนักเรียนในภาคอีสานกว่า 30% เคยดื่มเหล้า 20% เคยสูบบุหรี่ ส่วนกัญชาเป็นยาเสพติดที่ได้รับความนิยมสูงสุด ชี้ นร.สูบบุหรี่-ดื่มเหล้าเป็นกลุ่มเสี่ยงติดยา…

นายมานพ คณะโต ผู้อำนวยการเครือข่ายพัฒนาวิชาการและข้อมูลสารเสพติด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหา วิทยาลัยขอนแก่น กล่าววันนี้ (29 ต.ค.) ถึงโครงการศึกษาสถานการณ์และการแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถาน ศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยการสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ว่า ได้ศึกษากิจกรรมการแก้ปัญหายาเสพติดของสถานศึกษาในภาคการศึกษาปลายปี 2550-2551 กับกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ครู ผู้ปกครองหรือผู้รับผิดชอบดูแลกิจกรรมในสถานศึกษา 288 แห่ง และนักเรียนที่ถูกสุ่มเลือก 11,056 คน ร้อยละ 51.5 เป็นหญิง พบว่า นักเรียนร้อยละ 35.0 เคยมีประสบการณ์ดื่มสุรา ร้อยละ 21.5 เคยสูบบุหรี่ โดยร้อยละ 7.3 เคยเสพสารเสพติดชนิดใดชนิดหนึ่ง ในจำนวนนี้เพศชายมีสัดส่วนสูงกว่าเพศหญิงคิดเป็นร้อยละ 13.3 ต่อร้อยละ 1.6

ผอ.เครือ ข่ายพัฒนาวิชาการและข้อมูลสารเสพติดฯ กล่าวต่อว่า เกือบครึ่งหนึ่งของทั้งชายและหญิงที่เคยเสพสารมีพฤติกรรมเสพสารเสพติดหลาย ชนิด สำหรับสารเสพติดที่เพศชายนิยมมากที่สุดคือ กัญชา รองลงมากระท่อม สารระเหย และยาบ้า ตามลำดับ ส่วนเพศหญิงคือ กัญชา สารระเหย ส่วนยาบ้า ยาอี และกระท่อม ซึ่งมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน

สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อ พฤติกรรมการใช้สารเสพติด นายมานพ กล่าวว่า พบว่า นักเรียนที่มีประวัติสูบบุหรี่มีโอกาสเสี่ยงใช้ยาเสพติดเป็น 21 เท่าของผู้ไม่สูบบุหรี่ ขณะที่นักเรียนที่มีประวัติเคยดื่มสุรามีโอกาสเสี่ยงใช้ยาเสพติดเป็น 6 เท่าของผู้ไม่ดื่มสุรา และนักเรียนที่พักอาศัยใกล้สถานบันเทิงไม่เกิน 500 เมตร มีโอกาสเสี่ยงใช้ยาเสพติดเป็น 1.6 เท่าของผู้ที่พักอาศัยห่างเกินกว่า 500 เมตร

ผอ.เครือข่ายพัฒนาวิชาการและข้อมูลสารเสพติดฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้น ยังพบว่าอบายมุขหาง่ายในชุมชนนอกสถานศึกษามีทั้งคนดื่มสุรา ค้าและเสพยาเสพติด รวมทั้งผู้เรียนในสถานศึกษามีปัญหาครอบครัว อย่างไรก็ตามสถานศึกษามีบทลงโทษผู้สูบบุหรี่ ดื่มสุราและเสพสารเสพติดอย่างเฉียบขาดรวมทั้งฝึกให้ผู้เรียนรู้จักปฏิเสธ ป้องกันตัวเอง ใช้กิจกรรมที่หลากหลาย แต่ยังพบเยาวชนในสถานศึกษายังคงเป็นกลุ่มเสี่ยง และเริ่มลองใช้ยาเสพติด ดังนั้น มาตรการป้องกันการใช้ยาเสพติดในสถานศึกษาจึงเป็นสิ่งที่ควรกระทำอย่างเร่ง ด่วน ควรสร้างมาตรการทางบวก และสนับสนุนกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อนให้มากขึ้น ขณะเดียวกันควรต้องหามาตรการดำเนิน การกับปัจจัยเสี่ยง 3 ประการคือ พฤติกรรมการดื่มสุรา การสูบบุหรี่ รวมทั้งการต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดกับนักเรียนที่มีที่พักอาศัยใกล้กับ สถานบันเทิง

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ความคิดเห็น
เชิญแสดงความคิดเห็น »
ชื่อ
อีเมล
ความเห็น

This site is using OpenAvatar based on