”เก๋-ชลลดา” เปิดใจหมดเปลือก เหตุเลิก ”หนึ่ง-อัครพล” เพราะเสียความรู้สึกกับเหตุการณ์ที่ฝ่ายชายตั้งใจจะเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน นางแบบสาวเผยตัดบัวยังเหลือใย แม้จะถอดแหวนฝ่ายชายแล้ว แต่ก็ยังคงสถานะไว้ที่คนพิเศษเหมือนเดิม
เรียกว่าเป็นคู่รักที่น่าเสียดายจริงๆ สำหรับ ”หนึ่ง” อัครพล เตชะรัตนประเสิรฐ กับนางแบบสาว ”เก๋” ชลลดา เมฆราตรี ที่อุตส่าห์ปลูกต้นรักด้วยกันมาเป็นเวลานานกว่า 3 ปี แต่จู่ๆ ก็ต้องมาเลิกกันแบบสายฟ้าแลบ ด้วยเหตุการณ์ที่ทำให้สาวเก๋เสียความรู้สึกแบบสุดๆ เพราะนางแบบสาวบอกว่าฝ่ายชายเตรียมจะเซอร์ไพรส์ขอเธอแต่งงานแล้วแท้ๆ แต่พอถึงวันที่ 9 เดือน 9 ปี 09 กลับไม่มีงานนั้นเกิดขึ้นมา ซึ่งงานดังกล่าวสาวเก๋เล่าให้ฟังว่าคนรอบข้างเธอรับรู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว มีแต่เธอเพียงคนเดียวที่ไม่ทราบ เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยทำให้เธอเสียความรู้สึก และเป็นเหตุทำให้เกิดข่าวคราวต่างๆ ตามหน้าหนังสือพิมพ์ตามมามากมาย เลยส่งผลให้ทั้งคู่ต้องมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง จนถึงขั้นต้องเลิกรากันไปในที่สุด
”ความสัมพันธ์ก็ตามข่าวค่ะ เราต้องถอยห่างด้วยกันทั้งคู่ ส่วนสาเหตุมันเกิดจากความผิดพลาด ทำให้เกิดข่าวไม่ดีต่างๆ ขึ้นมาได้ ถามว่าข่าวที่ว่าคือข่าวไม่มีงานแต่งงานใช่มั้ย เก๋ขอบอกว่าไม่ใช่เรื่องแต่ง ข่าวเรื่องแต่งงานเป็นเรื่องดี แต่ว่าข่าวที่บอกว่าจะไม่มีงานแต่งงานเกิดขึ้นถูกเลื่อน จริงๆ แล้วมันไม่ได้มีงานแต่งงานเกิดขึ้น ไม่มีการกำหนดวันเลยด้วยซ้ำ คือตัวเก๋ถูกเป็นจำเลยโดยไม่ได้ตั้งใจ ว่าเราถูกเลื่อนงานแต่งงาน ถามว่าเสียใจที่ไม่ได้แต่งงานรึเปล่า จริงๆ มันเป็นเรื่องเสียความรู้สึกมากกว่า คือเก๋เข้าใจว่าหนึ่งเองเค้าไม่ได้ตั้งใจ คือหนึ่งมีเจตนาดี แต่จุดประสงค์เราอาจไม่ตรงกัน ผลลัพธ์เลยออกมาเป็นแบบนี้”
”ส่วนคุณหนึ่งเองตอนนี้เค้าเสียใจมาก จริงๆ เรื่องมันไม่เป็นเรื่อง ทุกๆ คู่รักก็มีปัญหาระหองระแหงกัน แต่ว่าปัญหาของเรามันเป็นนอกปัจจัย มันไม่ใช่เรื่องราวความรักความรู้สึก อย่างที่บอกว่าเราต้องแยกประเด็น ความรักกับการแต่งงานออกจากกัน คือก่อนหน้านี้ความรักเราไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย แต่เรื่องข่าวที่แต่งงานเกิดขึ้นมันทำให้ความรักของเราเกิดปัญหา อย่างที่บอกว่าความรักมันมีองค์ประกอบหลายอย่าง แล้วจริงๆ ณ วันนี้จุดประสงค์หลักที่ทำให้ห่างกันก็คือเราไม่เข้าใจกัน คือเก๋เองก็ไม่เข้าใจว่าหนึ่งเองคิดอะไรอยู่ ในสิ่งที่เค้าทำ ในข่าวที่เล็ดลอดออกมา ทำให้เก๋โดนถามตลอดว่าจะแต่งงานเหรอ กลายเป็นว่าคนรอบข้างรู้หมดเลย แต่ว่าครอบครัวเก๋ และเก๋เองไม่ทราบว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ทั้งเรื่องสถานที่จัดงาน วีทีอาร์ หรือว่าสตูดิโอที่เค้าถ่ายภาพ คือทุกคนรู้เรื่องหมดว่าพี่หนึ่งจะขอเก๋แต่ง เก๋มารู้เป็นคนสุดท้ายจริงๆ ไม่ได้เสียใจที่หนึ่งจะทำเซอรไพรส์นะ แค่คิดว่าทำไมถึงปล่อยข่าวหลุดออกไป ว่าวันที่ 9 เดือน 9 ปี 09 จะมีงานแต่ง จริงๆ ไม่มีงาน ทุกคนก็มาถามว่ามันเกิดอะไร เก๋ก็กลายเป็นคนที่ถูกมองว่าชุดวิวาห์หลุดลอยไปกลายเป็นเรื่องเป็นราวไป”
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ถามพี่หนึ่งมั้ยว่าทำไมไม่บอกกันเลย ”ถามค่ะ แล้วก็ได้อ่านบทสัมภาษณ์ที่เค้าได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ เค้ารู้สึกผิดที่ทำตรงนี้ลงไป เค้าสะเพร่าเอง ความลับไม่มีในโลก ไม่ว่าเรื่องที่เค้าจะแต่งงาน สตูดิโอ มีแต่คนอื่นมาเล่าให้เก๋ฟัง ขนาดเรื่องสถานที่เองเก๋ไปทานข้าวกับพ่อแม่แล้วพนักงานนั้น มาบอกว่านี่พี่เก๋จะมีงานดีวันที่ 9 เดือน 9 เหรอ เก๋ก็บอกว่าไม่รู้เรื่อง ป๊าม้าก็งง เพราะว่าในวันที่ 9 เดือน 9 เก๋ทำงานอยู่เลย ไม่รู้เรื่องทั้งสิ้น และเก๋รู้เรื่องนี้ก่อนวันที่ 9 แค่สองวันเอง”
ถามว่า วันที่ 9 เดือน 9 พี่หนึ่งจะแต่งงานเลยรึเปล่า ”เค้าเหมือนจะทำเซอร์ไพรส์ จัดงานเลี้ยงเชิญเพื่อนๆ จะขอเก๋แต่งงานต่อหน้าเพื่อนๆ ในวันที่ 9 เดือน 9 จริงๆ มันไม่ใช่เรื่องไม่มีนะ มันเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์ แต่บังเอิญว่าข่าวหลุดออกมาหนังสือพิมพ์ก็ตีข่าวทุกวัน ว่าจะมีงานแต่ไม่มีงานเกิดขึ้น แล้วไปถามพ่อแม่ของเก๋ ก็กลายเป็นข่าวว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่รับทราบ แล้วมีคนมาถามทุกวัน ทุกอย่างมันเกิดผลกระทบทำให้กดดัน เหมือนบั่นทอน”
อย่างฤกษ์ดีปีหน้าจะมีโอกาสแต่งงานปีหน้าจริงๆ รึเปล่า ”เรื่องนี้ยังไม่ทราบเลยว่าจะมีโอกาส คือมันไม่เที่ยงนะค่ะ ตอนนี้เก๋ไปเข้าวัดเข้าวามาแล้ว ตอนนี้ก็ท่องว่าไม่เที่ยงน้อ ไอ้ที่แน่นอนมันก็ยังไม่แน่เลย ถามว่าตอนนี้มองเรื่องการแต่งงานยังไงบ้าง จากเดิมค่อนข้างกลัวการแต่งงานอยู่แล้ว เพราะก่อนหน้านี้ ความรักเราดีมาตลอด แต่พอมีข่าวว่าจะแต่งงานความรักก็ระหองระแหงมาเรื่อยๆ นู่นนิดนี่หน่อยก็กลายเป็นน้อยใจกัน แล้วมีกฎเกณฑ์เพิ่มขึ้น อย่างออกงานก็ต้องไปด้วยกัน มันมีข้อบังคับเยอะมาก ตอนนี้ก็เลยเป็นว่าจากที่กลัวอยู่แล้ว ตอนนี้เลยกลายเป็นไม่มั่นใจเลย”
ตกลงแล้วสถานะกับพี่หนึ่งเป็นอะไรกันแน่ ”เก๋อยากเรียกว่าเราถอยห่างมาดีกว่า คือพักใจกันทั้งคู่ ถามว่ามีอะไรที่แตกต่างจากเดิมบ้าง คือเราเจอกันน้อยลง แต่ว่าโทรศัพท์ยังคุยกันเหมือนเดิมทุกวัน ส่งข่าวให้กันตลอด เมื่อเช้าก็เมสเซจมา เป็นยังไงโอเคมั้ย ขอโทษเรื่องสัมภาษณ์ที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า ถามว่าถ้าเกิดวันนึงพ่อแม่สองฝ่ายคุยกันโอเคแล้ว งานแต่งจะเกิดขึ้นมั้ย อันนี้เก๋ก็ยังตอบไม่ได้ เพราะก่อนหน้านี้ความรักเหมือนเป็นแค่เราสองคน แต่ตอนนี้ไม่ใช่แค่เราสองคน คนรอบๆ ข้างเยอะเหลือเกิน”
ถ้าพี่หนึ่งไปขอโทษคุณแม่แล้วขอแต่งงานกับคุณแม่เลยจะว่ายังไง ”เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที เก๋ยังไม่อยากพูดตอนนี้ ถามว่ายังรักพี่หนึ่งเหมือนเดิมมั้ย ยังมีความรู้สึกดีๆ ค่ะ ส่วนพี่หนึ่งมีโอกาสไปกราบคุณแม่ค่ะ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่ว่ายังไม่เจอกับพ่อ แม่เค้าก็บอกว่าไม่น่าเลย ไม่น่าทำแบบนี้เลย แม่บอกว่าคนถามแม่เยอะ แม่บอกไม่มีๆ นะ”
ต่อคำถามที่ว่าเห็นเก๋ยังใส่แหวนที่พี่หนึ่งให้อยู่เลย ”อันนี้ไม่ใช่แหวนคุณหนึ่งแล้วค่ะ เป็นแหวนเพื่อนที่รักมากให้มา ก็ส่วนแหวนที่คุณหนึ่งเก๋ก็ถอดออกแล้วเพราะว่าอยากพักใจ” ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าในเมื่อยังรักกันยังสามารถเดินจับมือพาต่อสู้อุปสรรคด้วยกันได้มั้ย ”จริงๆ เราก็มีความรู้สึกดีๆ แต่ขอพี่ๆ นักข่าวด้วย การพาดหัวข่าวบางอันมันมีส่วน คือเก๋เองอยู่ในวงการเก๋เข้าใจ แต่หนึ่งเค้าไม่ค่อยชิน” ตอนนี้เรียกกันและกันว่าอะไร เรียกว่าเพื่อนสนิทได้มั้ย ”เรียกว่าเป็นคนพิเศษแล้วกันค่ะ เพราะลดระดับจากแฟนเหลือแค่คนพิเศษ” เก๋กล่าว
ที่มา สยามดารา