”เอ-อัญชลี” แจงข้อกล่าวพร้อมร่ำไห้ถูกซ้ำเติมข้อครหาอยากตกถังข้าวสาร จนถูกแฟนหนุ่มนักธุรกิจ ”เติ้ล-คมกริช” ปฏิเสธความเป็นพ่อ ย้ำตนไม่เคยเรียกร้องสิ่งใดทั้งสิ้นนอกจากความรับผิดชอบต่อเด็กคนนึง
ออกมาร่ำไห้ประกาศความเป็นซิงเกิลมัม สำหรับอดีตนางแบบสาว ”เอ” อัญชลี หัสดีวิจิตร พี่สาวสุดเลิฟของนางแบบสาวสุดจี๊ด ”โย” ยศวดี หัสดีวิจิตร หลังถูกแฟนหนุ่มวัย 30 ปี ”เติ้ล-คมกริช” นักธุรกิจรีสอร์ท Santhiya เกาะพงัน บอกเลิกพร้อมปฏิเสธความเป็นพ่อของลูกในท้อง ล่าสุดมีข่าวลือว่าที่ครอบครัวฝ่ายชายปฏิเสธรับผิดชอบเพราะสาวเอเรียกร้องมากเกินไป ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวสยามดาราได้พยายามติดต่อไปเพื่อสอบถามความจริงเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ทว่านางแบบสาวปฏิเสธที่จะรับสาย แต่เมื่อเช้าวันที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมาซิงเกิลมัมได้เปิดปากเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นครั้งแรกในรายการวิทยุชื่อดัง ”แฉแต่เช้า” โดยมีดีเจ กฤษณ์ และมดดำ เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยนางแบบสาวได้เปิดใจเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า โดยเมื่อดีเจไฮโซถามว่า ”เขาบอกว่าคุณไปเรียกร้องทางฝั่งผู้ชายเยอะมาก” นางแบบคนดังก็เสียงสะอื้นขึ้นมาทันที พร้อมแจงว่า ตนไม่เคยเรียกร้องอะไรเลยเพราะแค่จะติดต่อกับเขายังทำไม่ได้เลย
”จะเรียกร้องอะไรคะ (ร้องไห้) ในเมื่อทั้งแต่เราออกมาพูด ไม่เคยได้รับการติดต่อจากเขาแม้แต่น้อย เราไม่เคยต้องการอะไรจากเขานอกจากความรับผิดชอบที่เขาต้องดูแลลูกแค่นั้น ตั้งแต่วันแรกที่เราทราบว่าท้องถึงวันนี้ยังไม่เคยมีอะไรคืบหน้า เรายังอยู่ของเราอย่างปกติ และถ้าหาว่า ”เอ” เรียกร้องเราคิดว่ากลับไปถามเขาดีกว่าว่าเคยเรียกร้องอะไร ยอมรับ ”แม่และน้อง” ของเราก็คิดอยากจะทำวิธีที่ถูกต้องที่สุด แต่ในเมื่อฝ่ายชายปฏิเสธทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการออกมาแถลงข่าว การแต่งงาน หรือว่าจดทะเบียน อีกอย่างเราไม่เคยคุยกับทางบ้านเขานอกจากตัวฝ่ายชาย แม้กระทั่งตัวผู้ชายเองก็ไม่เคยมาหาคุณแม่เรา ไม่คุยกับใครเลยนอกจาก ”โย” จากนั้นสองดีเจถามต่อว่า ”เขาบอกว่า ”คุณเอ” คิดจับคนรวย” ซึ่งทำเอานางแบบสาวเสียงดังขึ้นมาทันควันว่า ”ไม่มีทาง” ก่อนแถลงไขเพื่อให้หลายคนได้คลายความข้องใจว่า ตนก็ทำงานของตนส่วนตัวผู้ชายเองเขาก็ทำงานของเขา
”ไม่เลยค่ะ เราก็ทำงานของเรา เขาก็ทำงานของเขา เราเป็นแฟนกันคบกันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีอะไรปรึกษากัน” พร้อมเสริมว่า ”พอมีลูกสิ่งแรกที่เขาบอกเราก็คือให้เลิกทำงานและไม่ให้บอกใคร แรกๆก็นึกว่าไม่ให้เราทำงานเพราะเข้าใจว่าเป็นหวงไม่อยากให้ออกไปไหน เราก็เข้าใจว่าเขาหวงเอตลอด โดยที่ไม่รู้ว่าสาเหตุที่ไม่ให้ไปทำงานเพราะอะไร แรกๆก็ยังรับเป็นฟรีแลนซ์บ้างแต่สุดท้ายก็ไม่ให้เราทำเลย พอหยุดงานทุกอย่างเพื่อที่จะเป็นแม่ เขากลับไม่รับผิดชอบทิ้งเราไปเฉยๆโดยการบอกเลิก”
จากนั้น ”ดีเจ.กฤษณ์” ได้ถามสาว ”เอ” ต่อว่าต้องการที่จะให้ฝ่ายชายรับผิดชอบอย่างไรบ้าง ซึ่งดาราสาวกล่าวว่า ”การที่เด็กเกิด ถ้าเกิดมีสองแรงก็ยังดีกว่าแรงเดียว ยอมรับว่า ”เอ-โย” มีภาระเยอะอยู่แล้วที่บ้านมีคุณแม่กับคุณยายไม่มีญาติพี่น้องที่อื่น เด็กกำลังจะเกิดมา แล้วชีวิตอีกกี่ 10 ปีของเขา เราเองไม่ต้องการอะไรเลยค่ะ แค่ต้องการชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้กับลูก การศึกษาที่ดี และความอบอุ่น อย่าให้เขาเกิดขึ้นมาแล้วขาดอะไรเลย ตั้งแต่ท้อง ”เอ” ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเขาเลย”
ทั้งนี้ ”ดีเจ.มดดำ” ยังได้ถามว่าที่ม่ายสาวเกี่ยวกับกระแสข่าวลือที่ว่าครอบครัวของอดีตแฟนขอรับเลี้ยงดูบุตรไว้แต่เพียงอย่างเดียว กับเรื่องนี้นางแบบสาวบอกว่าเป็นเรื่องจริง ก่อนร้องไห้อย่างหนักและแจงต่อไปว่า เป็นเรื่องที่เขาบอกตั้งแต่บอกเลิกกับ ”เอ” วันแรก
”ไม่เคยมีใครโทร.มาเลย จำได้วันแรกที่เขาเลิกกับ เขาบอกว่าจะเก็บเงินให้ลูกนะ เราก็บอกว่าไม่เป็นอะไรหรอกลูกคนเดียวเลี้ยงได้ ซึ่งเขาได้บอกเราตั้งแต่วันแรกที่เลิกรากัน ว่าคลอดออกมา เอามาให้เขาก็ได้ ซึ่งตัวเราเองยังไม่เคยคิดว่าจะคลอดลูกออกมาแล้วต้องเอาไปให้คนอื่นเพียงแต่ว่าอยากให้มีความรับผิดชอบร่วมกัน ”เอ” เสียใจมากก็เลยบอกไปว่าไม่ต้องการความช่วยเหลือ แต่ในหลักความจริงเขาเป็นผู้ชายยังไงก็ต้องมาช่วยเหลือทั้ง ”เอ” และลูก ดังนั้นช่วยกันดูแลลูกได้ไหม”
อย่างไรก็ตามนางแบบสาวได้เผยถึงอาการของลูกน้อยของเธอไม่ค่อยดิ้นมาก ซึ่งเธอก็คิดว่าไม่น่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น อีกทั้งตนได้ย้ายกลับเข้าไปอยู่ที่บ้านเดิมในความดูแลของคุณแม่ และคุณยาย ก่อนฝากบอกกับผู้ที่ติดตามข่าวว่า ”เราคิดว่าได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว หลายคนอาจจะเห็นด้วยไม่เห็นด้วย แต่ยังไงก็จะทำหน้าที่เป็นแม่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่ง”เอ” ก็ขอความเห็นใจจากทุกคนอย่าตอกย้ำอย่าซ้ำเติมเอเลย”
ที่มา สยามดารา