สหรัฐอเมริกา นับเป็นประเทศยอดฮิตประเทศหนึ่งที่เด็กไทยไปศึกษาต่อ แต่การใช้ชีวิตนักเรียนในฐานะเด็กเอเชีย ก็ไม่ง่ายนัก เราจะทำอย่างไร ไม่ให้ฝรั่งมาดูถูก จะทำอย่างไรให้เพื่อนยอมรับ หรือแสดงให้เห็นว่าเด็กเอเชียก็แน่ไม่แพ้ใคร มาลองอ่านประสบการณ์ตรงจากแดนอินทรีกันดู
การเรียนต่อต่างประเทศ หากได้รับรู้ข้อมูลประสบการณ์การใช้ชีวิตจากรุ่นพี่ คงช่วยให้เราทำใจ และปรับตัวได้ง่ายขึ้น ?น้องฝน? นักศึกษา MPS Public Relations/Corporate Communication จาก Georgetown University จึงมีประสบการณ์ดีๆจากทั้งในและนอกห้องเรียนมาแบ่งปัน ฝน เริ่มต้นแสดงความเห็นว่า ?เด็กไทยหัวดีชนะเด็กอเมริกันขาด โดยเฉพาะด้านความขยันกับความรับผิดชอบและการทำรายงาน แต่สิ่งที่เด็กไทยยังต้องศึกษามากขึ้น คือ ความรู้รอบตัว ข่าวสารบ้านเมือง และสำคัญที่สุด คือ ความกล้าแสดงออก บอกได้เลยห้องเรียนปริญญาโทในเวลา 2 ชั่วโมง อาจารย์จะสอนครึ่งชั่วโมง ส่วนอีกชั่วโมงครึ่งนั้น อาจารย์ปล่อยให้นักศึกษาในห้องเรียนพูดคุยออกความเห็นกัน ถ้าเราไม่พูดอะไรเลย หรือว่าพูดน้อย เราจะกลายเป็นแกะดำในห้องเรียน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคณะและวิชาที่เรียนด้วยค่ะ อย่างของฝน ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า Public Relations/Corporate Communications สำคัญที่สุด จึงเป็นการ presentation และการเตรียมคำตอบที่จะโดนเพื่อนร่วมห้องยิงใส่จนเราจนมุม? ?เด็กที่นี้เค้าไม่รู้หรอกว่าประเทศอื่นๆเป็นยังไง เค้าสนใจแต่ประเทศของเค้าเอง บางคนนึกว่าประเทศตัวเองใหญ่สุด มีอำนาจมากสุดเอเชียอย่างเรา ก็เลยมักจะโดนดูถูกเป็นธรรมดา ยิ่งโดยเฉพาะฝั่ง east coast ที่ฝนอยู่ ฝรั่งบางคนจะเลือดเย็นมาก ไม่ค่อยมีน้ำใจเท่าไร เพราะชีวิตพวกเค้าจะ fast pace มาก ถ้าเทียบกะฝั่งmiddle หรือว่า west coast อย่างการพูด “Hi How are you?? เป็นแค่คำพูดติดปาก คนที่นี้เดินผ่านกันพูดกัน แต่ไม่ต้องสนใจนะ พวกเค้าไม่ต้องการคำตอบหรอก พูดเสร็จก็เดินผ่านไปเลย?
สำหรับการใช้ชีวิตเรียนเมืองนอกนั้น ฝนเล่าว่า ทำให้ตนเองเป็นคนรู้จักการเอาตัวรอด ต่อสู้ชีวิตขึ้นมาก ?ฝนต้องทำทุกอย่างเอง และด้วยความที่ส่วนตัวเป็นคนยอมไม่ได้ ให้พวกอเมริกันมาดูถูกเอเชีย เทอมแรกทั้งเทอม ฝนจึงใช้ชีวิตในห้องสมุด พยายามดูข่าวอ่านหนังสือพิมพ์ตามข่าว เวลาเข้าห้องเรียนจึงสบาย เพราะทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในหนังสือพิมพ์ textbook เป็นแค่องค์ประกอบที่ทำให้เข้าใจหลักการมากขึ้นเท่านั้นเอง เทอมแรกจะเป็นเทอมที่วิชาเรียนง่ายสุด แต่ผ่านพ้นได้ยากสุดๆ เพราะการปรับตัว ส่วนเทอม 2 บอกได้เลยจริงๆเข้าห้องสมุดน้อยมาก เพราะชีวิตลงตัวแล้ว คราวนี้เที่ยวเล่นกระจายเลยค่ะ? ?ถ้าให้เปรียบเทียบเด็กไทยกับเด็กอเมริกัน ฝนว่าเด็กไทยขยันกว่า ฉลาดกว่าแน่นอน100% คิดดูว่า เด็กอเมริกันลงวิชาเรียน 2 วิชา ต่อเทอม ไม่มีเวลาทำงาน แต่ international students อย่างเรา โดนบังคับลง 3 วิชา ต่อเทอมยังเรียนๆเล่นๆ และได้เกรด Aกันสบายเลย ที่ฝนพูดแบบนี้ไม่ได้บอกว่าเรียนง่ายนะคะ แต่อยู่ที่การกระทำของแต่ละบุคคลด้วย แค่จะบอกว่าเด็กอเมริกันไม่มีอะไรเหนือกว่าเราหรอก ปัญญาเค้าก็เท่าๆกันกับเรานั่นแหละ บางคนที่ยกมือถามในห้องเรียน ถ้าฟังๆดี บางครั้งไม่มีอะไรเลย เค้าขอแค่ให้ได้พูด ได้โชว์เท่านั้นเอง แต่ฝนยอมรับอย่างหนึ่งว่า เด็กอเมริกัน present กันสุดยอดมาก เวอร์กันได้อีก?
สำหรับการทำรายงานกลุ่ม ฝนบอกว่า ?ไม่มีการยอมคนในกลุ่มเหมือนทำที่เมืองไทยนะคะ ขอให้ได้ทะเลาะกันเรื่องความคิดเนี้ยพี่กันเค้าชอบนักล่ะ เค้าแค่อยากโชว์ความคิด พอเราขัด เค้าก็เถียง แต่แป๊ปเดียวก็หยุดแล้ว หรือไม่เถียงแล้ว เราปล่อยให้ทำไปได้ครึ่ง เค้าก็จะมาขอความช่วยเหลือ ประเด็น คือ พวกเค้าคิดได้ แต่สรุปไม่ได้? นอกจากนี้ ฝนมองว่าในเรื่องชีวิตหลังเลิกเรียนก็นับเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้ในห้องเรียน เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อการปรับตัว ?เด็กที่นี่ เรียนและเที่ยวไม่เท่ากันค่ะ เพราะคนที่นี่ Work Hard, Play Harder หรือด้วยมหาวิทยาลัยที่เรียนอยู่ ก็ไม่รู้นะ แต่ฉลองกันทุกอาทิตย์จริงๆ การเข้าสังคมจึงเป็นสิ่งสำคัญค่ะ ฝนอยู่รอดมาได้ทุกวันนี้เพื่อนคนไหนชวนไปไหนไปหมด ไม่ว่าจะเป็นยุโรป อเมริกัน เอเชีย เพราะอย่างน้อยเรา จะได้เรียนรู้พวกเค้า เปิดรับสิ่งใหม่ๆไปในตัวด้วย?
สุดท้าย ฝนฝากข้อแนะนำสำหรับ คนที่อยากมาเรียนที่อเมริกาว่า ?ภาษาขอให้แข็งแรงในงานเขียน แต่เรื่องการพูดที่เค้าบอกกันว่าคนไทย grammar ดีก็ถูกค่ะ แต่คนไทยยังใช้ศัพท์ได้ไม่ถูกต้องตามโอกาสนัก อาจารย์ของฝนจะพูดบ่อยมากว่า ภาษาดีแล้ว แต่อยากให้เพื่อนช่วยอ่านรายงานก่อนส่ง เพราะศัพท์บางคำที่เราใช้กับบางประโยคมันประหลาด และทำให้เค้าเข้าใจยาก สิ่งหนึ่งที่จะช่วยได้มาก คือ อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ค่ะ เวลาเข้าห้องเรียนมีแต่ประเด็นข่าวทั้งนั้นเลย?
ที่มา หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์