ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน
ผอ.สทศ.การันตีข้อสอบGAT-PATได้มาตรฐาน ความยากง่าย3ครั้งไม่ต่างกัน วางระบบป้องกันฐานข้อมูล3ชั้นสกัดไวรัสรับมือประกาศผลครั้งหน้า …
วันนี้ (20 พ.ย.) ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยถึงผลการวิเคราะห์ผลการสอบแบบทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และ แบบทดสอบความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ (PAT) ครั้งที่ 3 เดือน ต.ค.2552 ว่า สทศ.ได้ทำการประมวลผลการสอบและวิเคราะห์คะแนนโดยใช้หลักวิชาการเพื่อเปรียบ เทียบค่าความยาก, เปรียบเทียบค่าอำนาจจำแนก (Parameter a), เปรียบเทียบค่าการเดา (Parameter c) จากทฤษฎี Item Responses Theory (IRT) ,เปรียบเทียบลักษณะการแจกแจง(Frequency Distribution)อิงค่าความเบ้ (Skewness) ค่าความโด่ง(Kurtosis)ของคะแนน,เปรียบเทียบค่าความสอดคล้องภายในของแบบทดสอบ (Reliability) ผลปรากฏว่า ค่าความเบ้และค่าความโด่งของโค้งแจกแจงทั้ง 3 ครั้ง ใกล้เคียงกัน แสดงว่าในรายวิชาที่สอบทุกครั้ง มีความยากง่ายใกล้เคียงกันเกือบทุกวิชา ยกเว้นวิชา PAT1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์,PAT3ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์,PAT7.2 ความถนัดทางภาษาเยอรมัน,PAT7.5และความถนัดทางภาษาอาหรับ,PAT7.6 ความถนัดทางภาษาบาลี
ผอ.สทศ. กล่าวต่อว่า ค่าเฉลี่ยความยากรายข้อและค่าเฉลี่ยทั้งฉบับพบว่า ค่าเฉลี่ยค่าความยากของการสอบทั้ง 3 ครั้ง ใกล้เคียงกันเกือบทุกวิชา ยกเว้นวิชา PAT2ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งการสอบครั้งที่ 3 ง่ายกว่าการสอบครั้งที่ 2 ค่อนข้างมาก ส่วน PAT5 ความถนัดทางวิชาชีพครูและ PAT7.5 ความถนัดทางภาษาอาหรับ ซึ่งการรสอบในครั้งที่ 3 ยากกว่าครั้งที่ 2 ค่อนข้างมาก โดยสรุปแล้วการสอบ GAT และ PAT แต่ละครั้ง ข้อสอบส่วนใหญ่มีความยากง่ายไม่แตกต่างกัน และข้อสอบGAT-PAT เป็นการข้อสอบที่ใช้ในการคัดเลือกจึงต้องมีความยาก ซึ่งก็สามารถจำแนกกลุ่มคนเก่งและอ่อนออกมาได้
สำหรับการวางระบบการป้องกันฐานข้อมูลและเว็บไซต์เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเว็บล่มหรือเจอไวรัสนั้น ผอ.สทศ. กล่าวว่า ที่ผ่านมาพบไวรัสที่มาจากเครื่องคอมพ์ของนักเรียน ซึ่งอาจใช้โปรแกรมปลอม แต่ทาง สทศ.ได้วางระบบปกป้องฐานข้อมูลไว้ถึง 3 ชั้น และเตรียมพร้อมในการประกาศผล GAT-PAT เดือน มี.ค.2553 ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาเดียวกับการประกาศผลแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้น ฐาน (โอเน็ต) ซึ่งจะมีนักเรียนเข้ามาดูคะแนนสอบทางเว็บไซต์จำนวนมาก
นอกจากนี้ กรณีที่มีผู้ไม่หวังดีโทรศัพท์เข้ามาขอข้อมูลส่วนตัวจากเด็กโดยอ้างว่า สามารถแก้คะแนน GAT-PAT สูงขึ้นได้นั้น ขอย้ำว่าไม่มีใครสามารถแก้ฐานข้อมูลของ สทศ.ได้ และจากการตรวจสอบกลับไปยังหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าว พบว่า เป็นของโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่ง วิธีการดังกล่าวจึงเป็นแผนการประชาสัมพันธ์ของร.ร.กวดวิชา
ส่วนกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ระบุให้นักเรียนม.6 เท่านั้นสอบ GAT-PAT ปีละ 3 ครั้ง คือ เดือน ก.ค.,ต.ค.และ มี.ค.ของปีถัดไปนั้น ศ.ดร.อุทุมพร กล่าวว่า สทศ.ได้รับหนังสือจากทปอ.แล้ว และได้ตอบกลับไปอย่างเป็นทางการว่า ในการสอบเดือน ก.ค. นั้น สทศ.กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา เนื่องจากเห็นว่า ช่วงเวลาดังกล่าว นักเรียน ม.6 เพิ่งเปิดเรียนไม่นาน หากมีการสอบก็เท่ากับเป็นการส่งเสริมให้เด็กไปกวดวิชาเพื่อมาสอบในเดือน ก.ค. ทั้งนี้ก็ต้องรอการพิจารณาจาก ทปอ.อีกครั้งหนึ่งก่อน
นายมัธยม นิภาเกษม ที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า มิจฉาชีพที่หลอกลวงหาผลประโยชน์จากเด็กและผู้ปกครองจากการสอบGAT-PAT คงเกิดขึ้นไม่สิ้นสุด เพราะเราต้องสอบGAT-PAT ตลอด จึงขอให้ผู้ปกครองและนักเรียนอย่าหลงเชื่อคำกล่าวอ้างใดๆ เพราะตนมั่นใจว่า สทศ.มีระบบธรรมาภิบาลสูง โปร่งใส ทั้งระบบการป้องกันข้อมูลก็ดีมีประสิทธิภาพ ไม่มีทางที่จะแก้คะแนนใดๆได้แน่
ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ