”ได๋-ไดอาน่า” สุดอดทน ระบายเรื่องราวกับ ”นาวินต้าร์” อย่างหมดเปลือก ยอมรับว่าเคยคิดขยับความสัมพันธ์ แต่สุดท้ายก็ลงเอยที่เป็นเพื่อนกัน ลั่นไม่ขอยุ่งเรื่องส่วนตัวแต่ถ้านักร้องหนุ่มมีแฟนก็ขอแสดงความยินดีด้วย ย้ำกับ ”กอล์ฟ” ก็แค่เพื่อนสนิทเช่นกัน
เป็นหญิงสาวที่ได้ชื่อว่าสนิทกับนักแสดงหนุ่ม ”ต้าร์” นาวิน เยาวพลกุล หรือ ”นาวิน ต้าร์” มาโดยตลอด สำหรับพิธีกรสาวคนเก่ง ”ได๋” ไดอาน่า จงจินตนาการ ฉะนั้นเวลามีข่าวใดๆ เกี่ยวกับหนุ่มต้าร์ สาวได๋ก็มักจะโดนถามและเอามามีเอี่ยวอยู่เรื่อยๆ ล่าสุดเรื่องหนุ่มต้าร์กับสาว ”พลอย” เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ดูจะทำให้สาวได๋หมดความอดทน และเบื่อที่จะตอบคำถามเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง พอวันก่อนไปออกงานคู่กับหนุ่มนาวิน ต้าร์ สาวได๋จึงขอระบายความในใจแบบหมดเปลือก เรียกว่าพูดๆๆ ไม่ให้นักข่าวมีช่องได้ถามเลยทีเดียว
”จริงๆ วันนี้ไม่ได้มาร่วมงานกับต้าร์นะคะ มาในฐานะพิธีกร ปกติจะมีการรับงานเป็นแพ็กคู่ แต่วันนี้หนูมาทำงานเป็นพิธีกรให้ซีพีเอ็น ส่วนเค้าก็มาเดินแบบ ได๋ทราบค่ะว่าเค้าจะมา คุยกันปกติ เอาอย่างนี้แล้วกัน ก่อนที่พี่ๆ ทุกคนจะถามคำถามอะไรนะคะ ไหนๆ พี่ๆ ก็ทราบกันอยู่แล้วว่ามันมีคำถามหลายอย่างในใจ หนูขออนุญาตเป็นคนพูดก่อนว่าตั้งแต่มีข่าวต่างๆ นานา ที่มันออกมา ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่หนู เพื่อนหนู ทุกคนรอบๆ ข้างหนูจะมีคำถามตลอดเวลา หนูก็อยากจะฝากบอกพี่ๆ นักข่าวไปบอกกับทุกๆ คนด้วยว่า มีอะไรให้มาถามหนูเองดีกว่า อย่าไปถามกับคนรอบข้างหนูเลย เพราะว่าหนูเกรงใจ และทุกคนที่อยากจะรู้เรื่องหนูกับต้าร์ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังอย่างละเอียดเลยนะคะว่ามันเป็นยังไง”
ว่าแล้วสาวได๋ก็เริ่มเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของเธอกับ นาวิน ต้าร์ ที่ผ่านมาทันที ”อยากให้ทุกคนเข้าใจถึงที่มาที่ไป และไม่ต้องไปวิพากษ์วิจารณ์หนูไปต่างๆ นานา อีกนะคะ หนูกับต้าร์เนี่ยรู้จักกันนะคะ 18 มีนาคมปี 2010 จะครบ 10 ปีแล้วนะคะที่เราเป็นเพื่อนกัน เรารู้จักกันผ่านพี่ต้น ซึ่งพี่ต้นเป็นผู้จัดการส่วนตัวแนะนำให้รู้จัก แล้วก็ถามว่าเราสนิทกันได้ยังไง เราสนิทกันเพราะเรามีวิสัยทัศน์เหมือนกัน เพราะคนเราเนี่ยถ้าไม่รักดีชีวิตก็จะไม่ดี ตอนนั้นอยู่ในวัยเรียนเราก็ให้กำลังใจในเรื่องของการเรียน สนิทกัน เพราะว่าเค้ามาช่วยสอนเศรษฐศาสตร์ หนูก็สอนภาษาอังกฤษเค้า เพราะว่าเค้ากำลังจะไปเรียนต่อ หลังจากนั้นเค้าไปเรียนที่เมืองนอก ก็ให้กำลังใจกันในส่วนของการเป็นนักศึกษา เพราะเราต่างคนต่างอยู่ตัวคนเดียวเหมือนกัน เลยให้กำลังใจกัน ดูแลกันมากกว่า เค้าไม่ได้กินข้าว เราก็อาจจะทำกับข้าวแล้วฝากไปให้ หรือเราต้องนั่งรถเมล์ไปซื้อของ เค้าก็ขับรถพากันไปพากันมา เพราะฉะนั้นเนี่ยมันเป็นการดูแลกันและกัน และเป็นการให้กำลังใจกัน อาจจะมีบางช่วงที่มันมีความรู้สึกว่า เอ๊ะ มันคืออะไร แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็คือเพื่อนกัน และความรู้สึกนั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลง จะเป็นเพื่อนกันตลอดไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต 5 ปี 10 ปี 20 ปี หรือว่าจะเป็นชาติหน้าก็แล้วแต่ ความรู้สึกนี้ก็จะไม่เปลี่ยน เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป ในส่วนของการให้กำลังใจเค้าในแง่การเรียนหรืออะไรก็แล้วแต่ หนูพร้อมที่จะให้กำลังใจ ไม่ว่าเค้าจะประสบความสำเร็จอะไรในชีวิต แต่เรื่องส่วนตัวของเค้าหนูขอให้เป็นเรื่องส่วนตัวของเค้า อย่าถามหนูเลย เพราะว่าหนูคงไม่สามารถให้คำตอบใครได้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องของหนูค่ะ”
รู้สึกว่าวันนี้เหมือนระบายความอัดอั้นตันใจเลย ”จริงๆ มันไม่ได้อัดอั้นตันใจอะไร พี่เข้าใจไหมว่าสมัยนี้คนหลายคนจะเสพข่าวค่ะ แล้วเค้าไม่เชื่อความจริงว่ามันคืออะไร อยากจะรู้ ไม่แคร์ว่าความจริงคืออะไร แล้วหนูเข้าใจพี่ๆ นักข่าวเวลาจะให้ข่าวมันก็ต้องมีการพาดหัวข่าว ได๋โต้ …ได๋กัดฟันยิ้ม… ต้าร์หักหน้าได๋…. หรืออะไรก็แล้วแต่ บางคนเค้าไม่ได้อ่านเนื้อข่าวว่าข้างในมันคืออะไร และเค้าคิดว่าอันนั้นมันคือข่าว แล้วมันคือความจริง สำหรับพวกพี่มันอาจจะเป็นแค่การเสนอข่าว สำหรับบางคนอาจจะเป็นแค่การอ่านข่าว แต่สำหรับหนูมันคือชีวิตหนูที่ต้องอยู่ด้วยทุกวัน หนูเจอคน 300 คน ถามหนู หนูมีความรู้สึกว่ามันไม่ค่อยแฟร์สักเท่าไหร่ หนูอยากให้มันเคลียร์ๆ ไปเลยว่า โอเคเราเป็นเพื่อนกัน มานานแล้ว 10 ปีแล้ว พี่จะพยายามให้หนูทะเลาะกับเค้า ตีกับเค้ามันไม่มีทางเป็นไปได้ ไม่ว่าชีวิตหนูหรือชีวิตเค้าจะมีใครเราก็พร้อมที่จะให้กำลังใจกันค่ะ”
ข่าวที่ผ่านมากระทบจิตใจเรามากใช่ไหม ”แรกๆ หนูรู้สึกว่ามันไม่กระทบ เพราะหนูรู้สึกว่าหนูเจอมาเยอะแล้ว แต่หนูเพิ่งเข้าใจเมื่อไม่นานมานี้ว่า สังคมทุกวันนี้เสพข่าวจริงๆ ค่ะ แล้วบางคนไม่ถามอะไรหนู ก็แซว บางทีเค้าไม่รู้ว่าสิ่งที่เค้าแซวหนูเก็บไปคิดไงคะ แล้วงานมันก็เยอะแล้ว และต้องมาคิดเรื่องพวกนี้ วันๆ ต้องมานั่งตอบคำถามพวกนี้อีก หนูเหนื่อยค่ะ เลยขอพูดเคลียร์ๆ ตรงนี้เลยว่า ไม่ต้องถามหนูแล้วเกี่ยวกับเรื่องนี้ หนูตอบเลยว่าหนูพร้อมให้กำลังใจเค้าทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะเรื่องเรียน เพราะตอนนี้เค้ากำลังจะเป็นว่าที่ด็อกเตอร์ คำว่าว่าที่ด็อกเตอร์เนี่ยหมายถึงว่ายังไม่ได้เป็น ช่วงนี้เป็นช่วงวิกฤต เค้าต้องการกำลังใจมากๆ เพราะฉะนั้นเนี่ยถ้าใครจะมาเป็นกำลังใจหรือให้ความสุขกับเค้าเราก็ยินดีด้วยก็แค่นั้นเองค่ะ”
แล้วตอนนี้กับ ”กอล์ฟ” ฐิติพันธ์ เกยานนท์ ตอนนี้สถานะคืออะไร ”กับกอล์ฟเป็นเพื่อนที่ดีค่ะ กับหลายๆ ข่าวที่ออกมาหนูก็ยอมรับว่าคงจะทำให้เค้าปวดหัว รวมไปถึงคนที่อยู่รอบๆ ตัวเค้าก็คงปวดหัวด้วยเหมือนกัน รวมไปถึงชีวิตหนู ทุกคนรู้สึกว่าปวดหัวกับข่าว คือมันเหมือนกับว่าหนูพูดความจริง แต่คนก็ไม่เชื่อที่หนูพูด จนเอาล่ะวันนี้หนูขอพูดก็แล้วกัน ให้มันจบเลยแล้วกัน ไม่ต้องเรียกหนูไปออกรายการอะไร ให้สัมภาษณ์อะไร หรือเอางานอีเวนต์จับมาชนกันให้อะไรอีกแล้ว เพราะอันนี้คือความจริง หนูบอกหมดแล้ว มันไม่มีอะไรให้หนูพูดแล้วค่ะ”
เชื่อว่าการได้พูดของสาวได๋ครั้งนี้คงจะทำให้เธอหายอัดอั้นตันใจไปเยอะทีเดียว
ที่มา? สยามดารา