ด้วยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เห็นสมควรประกาศเรื่องการให้ทุนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไป ศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ณ ต่างประเทศ ประจำปี 2553 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1. ประเภทและจำนวนทุน 1.1 ทุนเต็มจำนวน ประมาณ 10 ทุน 1.2 ทุนบางส่วน ประมาณ 12 ทุน มหาวิทยาลัยจะจัดสรรทุนทั้ง 2 ประเภทในวงเงินรวม 24,000,000 บาท โดยคณะกรรมการพิจารณาทุนฯ อาจปรับเปลี่ยน จำนวนทุนแต่ละประเภทต่างไปจากที่ระบุไว้ข้างต้นตามความเหมาะสม แต่ไม่เกินวงเงินรวมดังกล่าว
การ สมัครทุนประเภทใด ขอให้พิจารณาตามความจำเป็นของทุนที่ต้องใช้ ทั้งนี้ในการพิจารณาให้ทุนคณะกรรมการพิจารณาทุนฯ สามารถเปลี่ยนประเภททุนจากที่ผู้สมัครแจ้งความจำนงไว้ได้
2. จำนวนเงินทุนและระยะเวลาการให้ทุน 2.1 จำนวนเงินทุนแต่ละประเภทมี ดังนี้ 2.1.1 ทุนเต็มจำนวน ผู้รับทุนจะได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยตามรายการค่าใช้จ่ายและอัตราที่ สำนักงาน ก.พ. กำหนด ในวงเงินปีละไม่เกิน 1,500,000 บาท รวมระยะเวลาทั้งสิ้นไม่เกิน 5 ปี 2.1.2 ทุนบางส่วน ผู้รับทุนจะได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยตามรายการค่าใช้จ่ายและอัตราที่ สำนักงาน ก.พ. กำหนด ในวงเงินปีละไม่เกิน 750,000 บาท รวมระยะเวลาทั้งสิ้นไม่เกิน 5 ปี 2.2 การให้ทุนการศึกษาระยะแรกมีกำหนดไม่เกิน1 ปี 6 เดือน แต่อาจได้รับการพิจารณาต่อทุนการ ศึกษาเป็นคราว ๆ ไปคราวละไม่เกิน 1 ปี โดยผู้รับทุนจะต้องเสนอเรื่องขออนุมัติต่อทุนจากมหาวิทยาลัยปีต่อปี 2.3 การพิจารณาอนุมัติค่าใช้จ่ายของคณะกรรมการพิจารณาทุนฯ ถือเป็นที่สุด 2.4 มหาวิทยาลัยอาจยุติการให้ทุนเมื่อใดก็ได้ ถ้าผลการศึกษาของผู้รับทุนไม่เป็นที่น่าพอใจหรือผู้รับทุนการศึกษาไม่ ปฏิบัติตามระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด
3. คุณสมบัติของผู้สมัคร 3.1 เป็นอาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และต้องปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยกำหนดให้คณะ/ หน่วยงาน ส่งเรื่องมายังฝ่ายวิชาการ (1 ก.พ. 2553) 3.2 เป็นผู้มีอายุไม่เกิน 40 ปี นับถึงวันสิ้นปีงบประมาณ (30 ก.ย. 53) 3.3 เป็นผู้ที่ไม่อยู่ระหว่างการลาไปปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ หรือไม่อยู่ระหว่างการขอตัวไปช่วยที่หน่วยราชการอื่น 3.4 มีความรู้ภาษาต่างประเทศในระดับที่เพียงพอแก่การใช้ศึกษาต่อ 3.4.1 กรณีภาษาอังกฤษ ผู้สมัครต้องมีผลคะแนน TOEFL Computer-based ไม่ต่ำกว่า 213 หรือ Internet-based ไม่ต่ำกว่า 79 คะแนน หรือ IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.0 3.4.2 กรณีภาษาต่างประเทศอื่น ใน กรณีหลักสูตร/สถาบันการศึกษาที่สมัครเข้าศึกษาใช้ภาษาต่างประเทศอื่นในการ เรียนการสอน ให้ผู้สมัครนำผลคะแนน ตามแบบทดสอบมาตรฐานของภาษานั้นๆ มาแสดง หรือ เอกสารหลักฐานอื่นที่แสดงความสามารถในการใช้ภาษานั้นๆ ทั้ง นี้ผลคะแนนที่นำมาแสดงตามข้อ 3.4.1 และ 3.4.2 จะต้องมีระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี นับถึงวันแรกของการรับสมัคร ในกรณีที่ผู้สมัคร อยู่ระหว่างการรอผลคะแนนภาษาต่างประเทศผู้สมัครจะต้องนำผลคะแนนดังกล่าว มายื่นให้ฝ่ายวิชาการ อย่างช้าในวันที่คณะ/ หน่วยงาน ส่งเรื่องมายังฝ่ายวิชาการ (1 ก.พ. 2553) สำหรับ ผู้ที่มีคะแนนภาษาต่างประเทศไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด แต่มหาวิทยาลัย ณ ต่างประเทศตอบรับเข้าศึกษา อย่างเป็น ทางการแล้ว โดยไม่มีเงื่อนไขในการเรียนภาษาต่างประเทศ (ภายในวันสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยกำหนดให้คณะ/ หน่วยงาน ส่งเรื่องมายังฝ่ายวิชาการ) มหาวิทยาลัยอาจพิจารณาอนุโลมให้มีสิทธิสมัครขอรับทุนได้ 3.5 ผ่านการคัดเลือกเบื้องต้นจากคณะ/หน่วยงานที่สังกัด ตามเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ 4.2
4. การสมัครเข้ารับการคัดเลือก 4.1 ขอรับแบบฟอร์มใบสมัคร และยื่นใบสมัครพร้อมเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่คณะ/หน่วยงานที่ตนสังกัด ภายในเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด 4.2 คณะพิจารณาคัดเลือกเบื้องต้น และจัดลำดับผู้สมัครที่สมควรได้รับทุนโดยพิจารณาจากหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ 4.2.1 ผลการเรียน ความรู้ความสามารถเชิงวิชาการ ศักยภาพและผลงานวิชาการ 4.2.2 ความจำเป็นด้านกำลังคนของคณะในสาขาวิชาที่ขอรับทุน และประโยชน์ที่คณะและ มหาวิทยาลัยจะได้รับ 4.2.3 ความตั้งใจ/อุทิศตนในการทำงานให้คณะและมหาวิทยาลัย 4.2.4 ความสามารถและการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศที่ใช้ในการศึกษาต่อ
5. การคัดเลือก ใช้วิธีสัมภาษณ์และพิจารณาเอกสาร โดยการพิจารณาตัดสินของคณะกรรมการพิจารณาทุนฯถือเป็นที่สุด
6. เงื่อนไขการรับทุน 6.1 ผู้รับทุนจะต้องติดต่อสมัครเข้าสถาบันการศึกษาด้วยตนเอง โดยศึกษาในหลักสูตรและสถาบันการศึกษาที่สำนักงานคณะกรรมการ ข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) รับรองและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ พิจารณาทุนฯ หาก จำเป็นต้องศึกษาภาษาอังกฤษ / ภาษาต่างประเทศอื่นเพิ่มเติมก่อนเข้าศึกษาหลักสูตรระดับปริญญาเอกในสาขา วิชาที่ได้รับทุน ผู้รับทุนต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ด้วยตนเอง 6.2 การศึกษาในสถาบันการศึกษาของต่างประเทศ / สถาบันนานาชาติ ที่ตั้งอยู่หรือมาตั้งสาขาในประเทศไทย หรือการศึกษาหลักสูตรนานาชาติ/ภาคภาษาอังกฤษที่เปิดสอนในประเทศไทย หรือหลักสูตรที่เป็นโครงการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศโดยรับ ปริญญาของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยไม่สามารถทำได้ เพราะทุนนี้ให้สำหรับการศึกษาในต่างประเทศ 6.3 ผู้รับทุนต้องศึกษาตามหลักสูตร/สาขาวิชาที่เสนอไว้ในการสมัครขอรับทุน กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง ต้องเป็นประโยชน์ ต่อคณะ/หน่วยงาน/มหาวิทยาลัย และต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการพิจารณาทุนฯ 6.4 ผู้รับทุนต้องทำสัญญากับมหาวิทยาลัย โดยมีผู้ค้ำประกันตามแบบและวิธีการที่มหาวิทยาลัยกำหนด 6.5 ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อ ผู้รับทุนต้องไม่ค้างส่งผลงานวิชาการที่ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัย หรือ คณะ/ หน่วยงานที่ตนสังกัด เช่น ทุนวิจัย ทุนสนับสนุนการเขียนตำรา ทุนสนับสนุนการจัดทำเอกสารและสื่อการสอน เป็นต้น 6.6 ผู้รับทุนต้องเดินทางไปศึกษาภายในระยะเวลา 1 ปี 6 เดือน นับตั้งแต่วันประกาศผลการคัดเลือกทุน มิเช่นนั้นจะหมดสิทธิได้รับทุนการศึกษา 6.7 ผู้รับทุนต้องรายงานผลการศึกษา (ผ่านการรับรองของอาจารย์ที่ปรึกษา) ต่อมหาวิทยาลัยทุกสิ้นภาคการศึกษา และเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วให้ส่งสำเนาใบรับรองคะแนน (Transcript) พร้อมวิทยานิพนธ์ให้มหาวิทยาลัยด้วย 6.8 การเดินทางกลับประเทศไทยด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม ตลอดจนการขอยุติการศึกษาก่อนสำเร็จการศึกษา ผู้รับทุนจะต้องเสนอเรื่อง ขออนุมัติจากมหาวิทยาลัยก่อน 6.9 ผู้รับทุนต้องปฏิบัติตามระเบียบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยทุนศึกษาต่อ ระดับปริญญาโท-เอก พ.ศ.2541 และ พ.ศ.2542 (ฉบับที่ 2) ประกาศ และหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
7. ระยะเวลาการรับสมัคร 7.1 ผู้สนใจขอรับและยื่นใบสมัครพร้อมหลักฐาน จำนวน 16 ชุด ที่คณะ/หน่วยงานที่ตนสังกัด ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 25 มกราคม 2553 7.2 คณะ/หน่วยงานกลั่นกรองเบื้องต้นและจัดลำดับผู้สมัครขอรับทุนทั้งหมด พร้อมเหตุผลประกอบเสนอต่อประธานกรรมการ พิจารณาทุนการศึกษาระดับปริญญาโท-เอก (รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ) โดยมีบันทึกแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมใบสมัคร ของผู้ขอรับทุน (จำนวนคนละ 16 ชุด) ส่งไปที่งานส่งเสริมและพัฒนาอาจารย์ กองบริการการศึกษา สำนักงานอธิการบดี ชั้น 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โทร. 02 564-4440-59 ต่อ 1830-31 โทรสาร 02 564 2890 ภายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 (การเสนอเรื่องของคณะ/หน่วยงานนับตามวันที่กองบริการการศึกษารับเรื่อง)
ที่มา http://www.tu.ac.th/news/scholarships/2009/12/29.tech.eak.htm