ด้วยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะดำเนินการสอบคัดเลือก เพื่อรับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีแก่บุตรหลานเกษตรกรที่เรียนดี ความประพฤติดี และฐานะยากจน ประจำปี 2553 โดยมีรายละเอียดการประกาศรับสมัครสอบคัดเลือกพร้อมทั้งกำหนดหลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกเพื่อรับทุน ดังต่อไปนี้
1. ทุนที่รับสมัคร จำนวน 38 ทุน ได้แก่ สาขาวิชาการเกษตร วิทยาศาสตร์การเกษตร วิทยาศาสตร์ทั่วไป เศรษฐศาสตร์เกษตร เศรษฐศาสตร์ทั่วไป รวมทั้งสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ การปรับปรุงพันธุ์ข้าว การบริหารจัดการหลังการเก็บเกี่ยว และการบริหารจัดการการเกษตรในเชิงธุรกิจ
2. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
2.1 ผู้มีสิทธิสมัครสอบจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
2.1.1 เป็นบุตรหลานเกษตรกรที่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. โดยจะต้องมีหนังสือรับรองจาก ธ.ก.ส. 2.1.2 มีอายุไม่เกิน 20 ปี นับถึงวันสิ้นสุดการรับสมัครขอรับทุน 2.1.3 มีสัญชาติไทยและเป็นผู้ที่อยู่ในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 2.1.4 เป็นผู้ที่ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรงและไม่เป็นผู้พิการที่จะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาในสาขาวิชานั้น ๆ 2.1.5 เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีสุดท้ายระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) โดยได้คะแนนเฉลี่ยสะสมรวมทุกภาคการศึกษาที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 2.50 2.1.6 มีศีลธรรม และความประพฤติดี โดยมีหนังสือรับรองความประพฤติจากโรงเรียนที่ตนสังกัดมาแสดง 2.1.7 ไม่อยู่ระหว่างการรับทุน ที่มีสัญญาผูกพันในการปฏิบัติงานชดใช้ทุนใด ๆ ทั้งนี้ ผู้สมัครสอบที่ไม่มีคุณสมบัติตาม 2.1 หรือมีลักษณะต้องห้าม ไม่มีสิทธิเข้าสอบหรือได้รับทุน
2.2 ผู้สมัครสอบที่เคยได้รับทุนรัฐบาลหรือทุนอื่น ๆ ไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ หรือในประเทศมาแล้ว จะต้องเป็นผู้ซึ่งหมดภาระผูกพันในการปฏิบัติหน้าที่ชดใช้ทุนตามสัญญาที่ได้ทำไว้กับเจ้าของทุน หรือหน่วยงานต้นสังกัดแล้ว และถ้ายังมีข้อผูกพันในการปฏิบัติหน้าที่ชดใช้ทุน ให้แสดงหนังสืออนุญาต และยินยอมจากหน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานเจ้าของทุน
3. การรับสมัคร (สามารถสมัครได้โดยไม่ต้องเสียค่าสมัคร)
3.1 กำหนดวันรับสมัคร และขั้นตอนการสมัคร ดังนี้
3.1.1 รับสมัครตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2553 ? 15 มีนาคม 2553 3.1.2 ขั้นตอนการสมัคร
(1) ผู้สมัครสามารถ Download แบบฟอร์มใบสมัคร และบัตรประจำตัวผู้สมัครสอบหนังสือรับรองความประพฤติ และหนังสือรับรองบุตรหลานเกษตรกรได้ที่ http://www.baac.or.th หัวข้อ ?สมัครคัดเลือกเพื่อรับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีแก่บุตรหลานเกษตรกร? หรือรับแบบฟอร์มใบสมัครขอรับทุนได้ที่ สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัด ทุกจังหวัด โดยผู้สมัครต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมลงลายมือชื่อผู้สมัครให้เรียบร้อย
(2) การยื่นเอกสารและหลักฐานการสมัคร สามารถยื่นใบสมัครสอบทางไปรษณีย์ลงทะเบียน โดยผู้สมัครจะต้องลงลายมือชื่อและรับรองสำเนาในเอกสารการสมัครทุก ฉบับ และส่งเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ พร้อมกับซองจดหมายขนาด 11×12 เซนติเมตร ติดแสตมป์ราคา 3 บาท จ่าหน้าซองถึงตัวเองให้ชัดเจน ไปที่สำนักเสริมสร้างความสามารถบุคคล ธ.ก.ส. ชั้น 8 เลขที่ 469 ถนนนครสวรรค์ แขวงจิตรลดา เขตดุสิต กทม. 10300 พร้อมทั้งวงเล็บมุมซองว่า ?สมัครสอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีแก่บุตรหลานเกษตรกร? ภายในวันที่ 15 มีนาคม 2553 (หากส่งภายหลังจะไม่รับสมัคร)
ทั้งนี้ ธ.ก.ส จะถือวันที่ไปรษณีย์ต้นทางประทับตรารับจดหมายของผู้สมัครสอบเป็นสำคัญ เพื่อ ธ.ก.ส จะได้จัดส่งหลักฐานการสมัครและบัตรประจำตัวผู้สมัครสอบให้ถึงผู้สมัครภายใน 20 วัน นับจากวันส่งเอกสารและหลักฐานการสมัคร หากกรณีที่ผู้สมัครไม่ได้รับเอกสารตามกำหนดดังกล่าว กรุณาติดต่อสำนักเสริมสร้างความสามารถบุคคล โทร. 0-2280-0180 ต่อ 2831, 2839
3.2 เอกสารและหลักฐาน ที่จะต้องยื่นในการสมัครสอบ
3.2.1 ใบสมัครและบัตรประจำตัวผู้สมัครสอบ ตามข้อ 3.1.2 (1) พร้อมติดรูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวกและไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1 X 1.5 นิ้ว จำนวน 3 รูป ถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี 3.2.2 สำเนาใบรับรองผลการเรียน กรณีที่ยังไม่จบการศึกษาให้ใช้ผลการเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือ ปวช. 1 จนถึงสิ้นสุดภาคต้นของมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือ ปวช.3 พร้อมระบุคะแนนเฉลี่ยสะสม ซึ่งสถานศึกษาเป็นผู้ออกให้จำนวน 1 ชุด ประทับตราของสถานศึกษา และเจ้าหน้าที่ลงนามกำกับหากจบการศึกษาแล้ว ให้ใช้ผลการศึกษา ทั้ง 6 ภาคการศึกษา ของมัธยมปลายทั้งสายสามัญและสายอาชีพ 3.2.3 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้สมัคร 3.2.4 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร 3.2.5 หนังสือรับรองความประพฤติจากโรงเรียนที่ตนสังกัด หรือข้าราชการพลเรือนระดับปฏิบัติการหรือเทียบเท่าขึ้นไป 3.2.6 หนังสือรับรองบุตรหลานเกษตรกร 3.2.7 ใบรับรองแพทย์ (จากสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลของทางราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาร ราชการแผ่นดิน และให้หมายความรวมถึงสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลของ กรุงเทพมหานคร รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ สภากาชาดไทย ครุสภา สมาคมปราบวัณโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก สถานพยาบาล หรือโรงพยาบาลอื่นที่กระทรวงการคลังกำหนด หรือโรงพยาบาลของเอกชนซึ่งได้รับอนุญาตให้ตั้ง หรือดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล และมีเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืน) 3.2.8 เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล จำนวน 1 ชุด 3.3 ในการสมัครสอบ ผู้สมัครสอบจะต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติตรงตามประกาศรับสมัครสอบจริง และจะต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ในใบสมัครให้ถูกต้องครบถ้วนตามประกาศนี้ ในกรณีที่มีการผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัครสอบทาง ธ.ก.ส จะถือว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้
4. ขั้นตอนการพิจารณา 4.1 ธ.ก.ส. จะแต่งตั้งคณะทำงานคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติได้รับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี แก่บุตรหลานเกษตรกร เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของผู้สมัครสอบคัดเลือกเพื่อรับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีแก่บุตรหลานเกษตรกร โดยพิจารณาจากเกรดเฉลี่ยสะสม สาขาวิชาที่จะศึกษา ความรู้ความสามารถ ความประพฤติ และฐานะของครอบครัว 4.2 ธ.ก.ส. จะประกาศ วัน เวลา สถานที่สอบสัมภาษณ์ วางระเบียบและวิธีการสอบ ตลอดจนกำหนดหลักเกณฑ์ และคัดเลือกผู้เข้ารับทุนแทนในกรณีที่มีทุนใดไม่มีผู้สมัคร หรือไม่มีผู้มีสิทธิได้รับทุนนั้น 4.3 วิธีการสอบ จะดำเนินการสัมภาษณ์ เพื่อประเมินความเหมาะสมในการรับทุนจากพื้นความรู้ ที่จำเป็นสำหรับการไปศึกษาต่อในสาขาวิชาที่สมัคร เช่น ความตั้งใจจริง สุขภาพจิต ตลอดจนทัศนคติต่อการรับทุน ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ การปรับตัวเข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อม เชาวน์ปัญญา และบุคลิกภาพอย่างอื่น เป็นต้น
5. เกณฑ์การตัดสิน 5.1 ผู้ผ่านการสอบคัดเลือกได้ จะต้องเป็นผู้ผ่านคะแนนการสอบสัมภาษณ์ และประเมินความเหมาะสมในการรับทุน ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 5.2 คณะทำงานคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติได้รับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีแก่บุตรหลานเกษตรกร จะเสนอรายชื่อผู้ผ่านการสอบคัดเลือกต่อ ธ.ก.ส. เพื่อเห็นชอบและประกาศรายชื่อเป็นผู้มีสิทธิได้รับทุน 5.3 ถ้าผู้มีสิทธิได้รับทุนสละสิทธิการรับทุน หรือถูกเพิกถอนการให้ทุน หรือไม่สามารถรับทุนได้ ธ.ก.ส.จะพิจารณาให้ผู้ที่ผ่านการสอบคัดเลือกที่อยู่ในอันดับถัดไปเป็นผู้มีสิทธิได้รับทุนแทน
6. การสมัครสถานศึกษา ผู้มีสิทธิได้รับทุนจะต้องสมัครเข้าเรียนในสถานศึกษาของรัฐ และตามสาขาวิชาที่ ธ.ก.ส. กำหนด โดยผู้มีสิทธิได้รับทุนจะต้องดำเนินการเลือกสถานศึกษาและสมัครเอง ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิได้รับทุนจะต้องได้รับการตอบรับเข้าศึกษาจากสถานศึกษาภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันประกาศรายชื่อเป็นผู้มีสิทธิได้รับทุน
7. การรายงานตัวและการอบรม ผู้มีสิทธิได้รับทุนจะต้องไปรายงานตัวและเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ ตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด
8. การทำสัญญา ธ.ก.ส. จะทำสัญญารับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีแก่บุตรหลานเกษตรกร กับ ผู้รับทุน
9. การรับเงินทุน ผู้ที่ได้รับทุน จะได้รับเงินทุนเมื่อทำสัญญาเรียบร้อยแล้ว โดยจะได้รับค่าใช้จ่าย ได้แก่ ค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าหนังสือและอุปกรณ์การศึกษา ตามที่จ่ายจริงในอัตราที่สถานศึกษากำหนด และค่าใช้จ่ายประจำเดือนไม่เกินเดือนละ 4,000 บาท(สี่พันบาทถ้วน) ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีไม่เกินรายละ 85,000 บาท(แปดหมื่นห้าพันบาทถ้วน)
10. การเพิกถอนการให้ทุน ธ.ก.ส. จะพิจารณาเพิกถอนการให้ทุนแก่ผู้ได้รับทุน หากเข้ากรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้ (1) หลีกเลี่ยง ละเลยการรายงานตัว การอบรม การเข้าร่วมกิจกรรม และการทำสัญญาตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด (2) เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย ?ตั้งแต่ประกาศเป็นผู้มีสิทธิได้รับทุนหรือเป็นผู้รับทุน จนจบการศึกษา? (3) กรณีที่ผู้ได้รับทุนขาดการติดต่อกับเจ้าหน้าที่เกิน 1 ปี (4) หลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงกำหนดการเดินทางไปศึกษาต่อ เมื่อสถานศึกษาตอบรับแล้ว (5) กรณีไม่ได้รับการตอบรับเข้าศึกษาจากสถานศึกษาที่จะไปศึกษาต่อ ภายในระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันประกาศรายชื่อเป็นผู้มีสิทธิได้รับทุน
11. เงื่อนไขการรับทุน 11.1 ผู้ได้รับทุนจะต้องปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศของ ธ.ก.ส. 11.2 ผู้ได้รับทุนการศึกษาจะต้องเข้าร่วมกิจกรรม หรือฝึกอบรมการปฏิบัติงานตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด 11.3 ผู้ได้รับทุนการศึกษาเมื่อจบการศึกษาแล้วจะต้องกลับไปประกอบอาชีพด้านการเกษตร หรือที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรเป็นระยะเวลาเท่ากับระยะเวลาที่ได้รับทุนการศึกษา 11.4 ในกรณีที่มีการผิดเงื่อนไขหรือสัญญารับทุน ไม่ว่าด้วยเหตุใด ผู้รับทุนจะต้องรับผิดชอบชดใช้เงินทุนที่ได้จ่ายไปแล้วทั้งสิ้นให้แก่ธ.ก.ส.ตามอัตราที่กำหนด
12. ในกรณีที่มีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามประกาศนี้ให้ ธ.ก.ส. เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด ซึ่งถือเป็นอันสิ้นสุด
ที่มา http://www.baac.or.th/index.php?content_id=010885&content_group_sub=0001&content_group=0003&inside=1
ก็ดีนะค่ะแต่ถ้าได้รับทุนแล้วจะมีการใช้หนี้รึเปล่าค่ะ