อาชีวะเพชรให้ทุนเรียนผ้าสร้างอาชีพอยู่ได้”พอเพียง”

วิทยาลัยอาชีวศึกษาเพชรบุรีเปิดสอนครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2477 ณ พระราชวังรามราชนิเวศน์ หรือวังบ้านปืน ปี 2482 ย้ายมาอยู่ที่อยู่ปัจจุบันบนที่ดินสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เนื้อที่26 ไร่ 74.89 ตารางวา บุคลานุสรณ์ พระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช พระโอรสลำดับที่ 75 ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับเจ้าจอมมารดาเลื่อน มีตึกอุรุพงษ์เป็นอาคารที่สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์พระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัช สมโภช เป็นตึกอำนวยการเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือ ปวช.

และหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือ ปวส. แผนกวิชาการบัญชี การตลาด เลขานุการคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ธุรกิจค้าปลีก ศิลปกรรมผ้าและเครื่องแต่งกาย คหกรรมอาหารและโภชนาการ การโรงแรมและการท่องเที่ยว หลักสูตรทวิภาคีด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรม ในอนาคตคาดว่าจะเปิดสอนระดับปริญญาตรีด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรมด้วย”เด็ก ที่เรียนแผนกผ้าและเครื่องแต่งกาย จะต้องฝึกงานในสถานประกอบการ ห้องเสื้อต่างๆ เพื่อให้เกิดทักษะอาชีพก่อนจบออกไปทำงาน โดยครูผู้สอนจะต้องหาแหล่งฝึกประสบการณ์ให้แก่นักเรียน นักศึกษา” อ.กัลยาณีรอดรักษา หัวหน้าแผนกผ้าและเครื่องแต่งกายอธิบาย

นอกจากนี้ระหว่างที่เรียนนักศึกษาจะต้องเรียนชุดเพื่อการค้า5 ชุด ต่อ 1 ภาคเรียน แบ่งเป็นชุดทำงาน 2 ชุดค่าแรงแรงละ 250 บาท ที่เหลือเป็นชุดนอน หรือ กางเกง กระโปรง ค่าแรงตัวละ 100 บาท ส่วนสูทจะคิดราคา 150 บาท โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นครู อาจารย์ในสถาบันจะต้องนำผ้ามาเอง และที่แผนกผ้ายังเปิดคลินิกผ้า รับซ่อม ปะ ผ้า เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะฝีมืออีกด้วยอย่าง ไรก็ตามนักศึกษาที่จบแผนกผ้าและเครื่องแต่งกายทั้งปวช.และปวส.ส่วน ใหญ่จะไปทำงานตามโรงงานเย็บผ้า ภายในพื้นที่ อาทิ โรงงานของไฟนาว หรือ โรงงานเย็บผ้าย่าน อ.เขาย้อย หรือไปทำงานโรงงานเย็บผ้าตามแหล่งต่างๆ มีเพียงส่วนน้อยที่ทำงานห้องเสื้อ เพราะไม่มีประสบการณ์ แม้ว่าจะเคยไปฝึกงานตามห้องเสื้อใหญ่ๆ แต่จะไม่ได้ลงมือปฏิบัติจริง

“นัก ศึกษาที่ไปฝึกงานตามห้องเสื้อจะได้ทำงานที่ไม่ต้องใช้ทักษะมากนัก เช่น เย็บรังดุม หรือ สอยผ้า เป็นต้น จะต้องใช้เวลาในการฝึกในทักษะประมาณ 1 ปี จะมีความชำนาญเปิดร้านเสื้อเองได้”

ครูภัทรกรกล่าว

อย่างเช่น “สนิตย์ โด่งดัง” ที่เรียนจบ ปวส.จากสถาบันแห่งนี้ตั้งแต่ปี 2542 ไปทำงานที่โรงงานไฟนาวประมาณ 6-7 เดือน จากนั้นไปทำงานโรงงานเย็บรองเท้าที่ อ.มหาชัย 4-5 เดือน และกลับมาทำงานที่ อ.เขาย้อย ที่โรงงานบิชอปอยู่ 8 ปี ประสบอุบัติเหตุขาขวาหักต้องดามเหล็ก ต้องพักงานอยู่เป็นปี แม้ว่าบริษัทจะให้โอกาสไปทำงานตำแหน่งเดิม “สนิตย์” ก็รู้สึกทำได้ไม่ดีอย่างที่ผ่านมาเธอจึงตัดสินใจลาออกและไปดาวน์จักรเย็บผ้ามา 1 หลังราคา 14,000 บาท รับจ้าง ซ่อม ตัด ปะ ผ้าอยู่ที่บ้าน เพียงแค่ระยะเวลา 6 เดือน รับจ้างเย็บผ้าถุงผืนละ 15 บาท ตัดขากางเกงผ้าธรรมดา 30 ยีน 40 บาท ทุกวันนี้ทำงานแทบไม่ทัน เพราะงานเยอะมาก

“ถ้า ย้อนเวลากลับไปได้ จะเปิดร้านตั้งแต่เรียนจบโดยไม่ต้องไปทำงานโรงงานเลย เพราะจริงๆ แล้วงานเหล่านี้เราทำเป็นอยู่แล้ว และในอนาคตคาดว่าจะไปดาวน์จักรเย็บรังดุมมาอีก เพื่อที่จะรับงานได้หลากหลายมากกว่าการซ่อมแซมผ้าอย่างที่เป็นอยู่ ที่สำคัญรายรับที่ได้ก็มากพอที่จะเลี้ยงตัวได้อย่างพอเพียง ไม่ลำบาก และเป็นเจ้านายของตัวเองอีกด้วย” สนิตย์ กล่าว”สนิตย์ ” ฝากบอกรุ่นน้องที่สนใจเรียนสายอาชีพไปหาคำตอบให้กับตัวเองได้ในงาน โอเพ่นเฮ้าส์ 9-10 กุมภาพันธ์ สอบถามได้ที่โทร.0-3242-5557 ต่อ 154

แหล่งที่มาของข่าว หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ความคิดเห็น
เชิญแสดงความคิดเห็น »
ชื่อ
อีเมล
ความเห็น

This site is using OpenAvatar based on