ม.หอการค้าไทยให้ทุนปริญญาโทควบเอก

ประกาศการรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อรับทุนการศึกษาต่อต่างประเทศ
ระดับปริญญาโทควบเอกและปริญญาเอก ประจำปีการศึกษา 2552 (ครั้งที่ 2)

เพื่อเป็นการสนับสนุนให้อาจารย์ประจำและบุคคลภายนอกได้เพิ่มพูนความรู้ระดับ ปริญญาโทและปริญญาเอก มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยจึงพิจารณาให้ทุนการศึกษาต่อต่างประเทศ ประจำปีการศึกษา 2552 (ครั้งที่ 2) ทั้งในระดับปริญญาโทควบเอกและปริญญาเอก จำนวน 10 ทุน ดังนี้

คณะ

สาขาวิชา

ระดับปริญญา

จำนวนทุน
ที่เปิดรับ

บริหารธุรกิจ

คอมพิวเตอร์ธุรกิจ

เอก
(เน้นประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา)

2

บริหารธุรกิจระหว่างประเทศ 2
การตลาด 3
มนุษยศาสตร์ ภาษาอังกฤษธุรกิจ

เอก

2

การศึกษาทั่วไป (สาขาจิตวิทยา)

เอก

1

วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมการเงิน

เอก

2

คอมพิวเตอร์แอนิเมชั่น

โทควบเอก และ/หรือ เอก

3

นิเทศศาสตร์

วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์/
วารสารศาสตร์/
การโฆษณา/
การประชาสัมพันธ์

เอก

1

16

1. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครสอบ

  1. มีอายุไม่เกิน 40 ปี นับถึงวันสุดท้ายของการรับสมัคร (วันที่ 9 เมษายน 2553)
  2. ถ้าเป็นอาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยต้องมีอายุงานไม่ต่ำกว่า 1 ปี
  3. มีคะแนนภาษาอังกฤษ TOEFL ไม่ต่ำกว่า 79 (Internet-Based) / 213 (Computer?Based) / 550 (Paper-Based) หรือ คะแนน IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.5 หรือ คะแนน GMAT ไม่ต่ำกว่า 550 โดยผลการสอบต้องไม่เกิน 2 ปี (นับถึงวันที่สมัครสอบ)
  4. ผู้สมัครศึกษาต่อระดับปริญญาโทควบเอก
    ต้องเป็นผู้ได้รับวุฒิปริญญาตรีหรือประกาศนียบัตรเทียบเท่าปริญญาตรี และมีผลการศึกษาเฉลี่ยตลอดหลักสูตรการศึกษาไม่ต่ำกว่า 3.00 หรือเทียบเท่า
  5. ผู้สมัครศึกษาต่อระดับปริญญาเอก
    ต้องเป็นผู้ได้รับวุฒิปริญญาโทหรือประกาศนียบัตรเทียบเท่าปริญญาโท และมีผลการศึกษาเฉลี่ยตลอดหลักสูตรการศึกษาไม่ต่ำกว่า 3.25 หรือเทียบเท่า
    บุคคลที่สำเร็จการศึกษาจากประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ต้องมีผลการศึกษาในระดับ Pass ไม่เกิน 40% ของรายวิชาทั้งหมดที่เรียนในระดับปริญญาโท
  6. ต้องไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างการรับทุนจากสถาบันหรือองค์กรใด หรือหากเคยได้รับทุนจากสถาบันหรือองค์กรใดไปศึกษา ณ ต่างประเทศมาแล้ว ต้องเป็นผู้ซึ่งหมดภาระผูกพันในการปฏิบัติงานชดใช้ทุนตามสัญญาที่ได้ทำไว้ กับสถาบันหรือองค์กรนั้น ๆ แล้ว
  7. เป็นผู้ที่ไม่เคยและไม่อยู่ในระหว่างการถูกฟ้องคดีแพ่งหรือคดีอาญา

2. กำหนดการรับสมัคร

  1. เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม ? 9 เมษายน 2553

  2. การยื่นใบสมัครผู้สมัครสามารถยื่นใบสมัครด้วยตนเองหรือจะให้ผู้อื่นมายื่น แทนก็ได้ที่ฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (อาคาร 10 ชั้น 5) ตั้งแต่เวลา 9.00 ? 16.00 น. (หยุดวันเสาร์ ? อาทิตย์และวัน นักขัตฤกษ์)

3. กำหนดการสอบ

กิจกรรม

วัน ? เวลา

สถานที่

1.รับสมัคร

2 มีนาคม ? 9 เมษายน 2553

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
(อาคาร 10 ชั้น 5)

2.ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบข้อเขียน

วันจันทร์ที่ 12 เมษายน 2553

เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย
www.utcc.ac.th

3.สอบข้อเขียน : วิชาเชาว์ปัญญาและ
ความสามารถในการวิเคราะห์
(Aptitude Test)

วันอังคารที่ 20 เมษายน 2553
9.30 – 11.00 น.

ห้อง Ex.MBA 3
(อาคาร 7 ชั้น 12)

4.ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์

วันพุธที่ 21 เมษายน 2553

เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย
www.utcc.ac.th

5.สอบสัมภาษณ์

วันพุธที่ 28 เมษายน 2553

ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย
(อาคาร 10 ชั้น 6)

6.ประกาศผลสอบ

วันศุกร์ที่ 30 เมษายน 2553

เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย
www.utcc.ac.th

มหาวิทยาลัยจะประกาศรายชื่อเฉพาะผู้มีสิทธิ์ได้รับทุน หากผู้มีสิทธิ์ได้รับทุนสละสิทธิ์การรับทุนหรือถูกเพิกถอนการให้ทุน หรือขาดคุณสมบัติที่จะรับทุน มหาวิทยาลัยจะพิจารณาให้ผู้ที่ได้คะแนนในลำดับถัดไปของทุนของคณะนั้น และยังมิได้รับทุนใดๆ ในการสอบครั้งเดียวกันนี้เป็นผู้มีสิทธิ์ได้รับทุนแทน ทั้งนี้ ต้องภายในระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ได้รับทุน

4. เอกสารหลักฐานที่จะต้องยื่นพร้อมใบสมัคร

  1. สำเนาคะแนนภาษาอังกฤษ TOEFL ไม่ต่ำกว่า 79 (Internet-Based) / 213 (Computer?Based) / 550 (Paper-Based) หรือ คะแนน IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.5 หรือ คะแนน GMAT ไม่ต่ำกว่า 550 คะแนน จำนวน 1 ชุด โดยผลการสอบต้องไม่เกิน 2 ปี (นับถึงวันที่สมัครสอบ)

  2. สำเนาใบปริญญาบัตรพร้อมสำเนาใบรายงานผลการศึกษา (Transcript) ระดับปริญญาตรี จำนวน 1 ชุด (วันที่สำเร็จการศึกษา ภายในวันที่ 9 เมษายน 2553)

  3. สำเนาใบปริญญาบัตรพร้อมสำเนาใบรายงานผลการศึกษา (Transcript) ระดับปริญญาโท จำนวน 1 ชุด (วันที่สำเร็จการศึกษา ภายในวันที่ 9 เมษายน 2553)

  4. หนังสือรับรองที่ออกโดยผู้บังคับบัญชา/อาจารย์ที่เคยสอน และ/หรือ เพื่อนร่วมงาน จำนวน 3 ฉบับ

  5. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ชุด

หมายเหตุ

  1. มหาวิทยาลัยฯจะยกเว้นการแสดงผลคะแนนภาษาอังกฤษ TOEFL หรือ IELTS เฉพาะผู้ที่มีคุณสมบัติในกรณีใดกรณีหนึ่งหรือทั้งสองกรณี ดังต่อไปนี้
    -
    สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทในต่างประเทศ (ทั้งสองระดับการศึกษา)
    - ได้รับการตอบรับเข้าศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศอย่างไม่มี เงื่อนไข

  2. ผู้สมัครมีสิทธิ์สมัครสอบทุนได้คนละ 1 สาขาวิชา เมื่อสมัครแล้วจะขอถอนหรือขอเปลี่ยนสาขาวิชาที่สมัครสอบไว้อีกไม่ได้

  3. ในการสมัครสอบ ผู้สมัครจะต้องตรวจสอบและรับรองตนเองว่ามีคุณสมบัติตรงตามประกาศรับสมัคร จริง หากคณะกรรมการได้ตรวจสอบคุณสมบัติจากเอกสารและหลักฐานแล้วปรากฏภายหลังว่า ผู้ใดมีคุณสมบัติไม่ตรงตามประกาศรับสมัคร จะถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ขาดคุณสมบัติทันที

ผู้สมัครจะต้องกรอกรายละเอียดในใบสมัครให้ชัดเจน ครบถ้วนและถูกต้อง สำเนาหลักฐานทุกฉบับของผู้สมัครต้องเขียนรับรองว่า สำเนาถูกต้อง และลงชื่อ-นามสกุลและวันที่กำกับไว้ด้วย ทั้งนี้มหาวิทยาลัยจะพิจารณาเฉพาะผู้สมัครที่ยื่นเอกสารครบถ้วนตามประกาศนี้ เท่านั้น และขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับเอกสารเพิ่มเติมใดๆ หลังจากที่ผู้สมัครยื่นเอกสารแล้วหรือวันที่มหาวิทยาลัยปิดรับสมัครแล้ว

5. การสอบและเกณฑ์การตัดสิน
คณะกรรมการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อรับทุนศึกษาต่อต่างประเทศ จะพิจารณาความเหมาะสมของผู้สมัคร ดังนี้

  1. พิจารณาใบสมัคร จากประวัติส่วนตัวและประวัติการศึกษาของผู้สมัครเป็นเบื้องต้น

  2. คัดเลือกผู้ผ่านการประเมินขั้นต้นเข้าสอบข้อเขียน วิชาเชาว์ปัญญาและความสามารถในการวิเคราะห์ (Aptitude Test)
  3. พิจารณาผลการสอบข้อเขียนและคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ารับการสอบ สัมภาษณ์
  4. การคัดเลือกผู้รับทุนจะพิจารณาจากผลสอบข้อเขียนและความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการไปศึกษาต่อต่างประเทศ เช่น พื้นความรู้ที่จำเป็นสำหรับการไปศึกษาต่อในสาขาวิชาที่สมัคร ความสามารถทางภาษาอังกฤษ ความตั้งใจจริง ทัศนคติต่อการรับทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ และการกลับมาเป็นอาจารย์ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ การปรับตัวเข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อม เชาวน์ปัญญา และบุคลิกภาพ อื่น ๆ เป็นต้น

6. การตรวจสุขภาพกายและสุขภาพจิต

ผู้รับทุนต้องไปรับการตรวจสุขภาพร่างกาย ณ โรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชนที่มหาวิทยาลัยกำหนดและผู้รับทุนต้องส่งผลการตรวจ มายังฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ส่วนการตรวจสุขภาพจิต ผู้รับทุนต้องไปรับการตรวจ ณ โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาเท่านั้น โดยมหาวิทยาลัยจะเป็นผู้นัดหมายวัน เวลา ให้แก่ผู้รับทุนเข้ารับการตรวจ ทั้งนี้โรงพยาบาลจะส่งผลการตรวจมายังมหาวิทยาลัยโดยตรง

7. การสมัครสถานศึกษาและการเดินทาง

ผู้ได้รับทุนจะต้องสมัครเข้าเรียนในสถานศึกษาตามแผนการศึกษาที่มหาวิทยาลัย ได้กำหนดไว้ การติดต่อสถานศึกษาของผู้ได้รับทุน ต้องดำเนินการให้ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของต่างประเทศภายใน เวลา 18 เดือน นับจากวันที่สภามหาวิทยาลัยอนุมัติ และต้องเป็นสถานศึกษาที่มหาวิทยาลัยพิจารณาเห็นชอบหรืออยู่ในรายชื่อที่ มหาวิทยาลัยกำหนด สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการติดต่อสถานศึกษา การทดสอบทางวิชาการ เอกสาร และอื่น ๆ ตามเกณฑ์ของสถานศึกษาเป็นภาระของผู้รับทุนเองทั้งสิ้น เมื่อสถานศึกษาตอบรับและมหาวิทยาลัยอนุมัติแล้ว จึงจะให้ผู้ได้รับทุนเดินทางไปยังสถานศึกษานั้นๆ

8. การทำสัญญาและข้อผูกพันในการรับทุน

  1. เมื่อผู้ได้รับทุนได้รับอนุมัติสถานศึกษาจากมหาวิทยาลัยให้ไปศึกษาแล้วจะ ต้องมาทำสัญญาการรับทุน และสัญญาค้ำประกันกับมหาวิทยาลัยให้เสร็จเรียบร้อยตามระเบียบของมหาวิทยาลัย หากไม่มาทำสัญญาในเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด ถือว่าสละสิทธิ์

  2. ถ้าผู้รับทุนเป็นบุคคลภายนอกจะต้องมาปฏิบัติหน้าที่เป็นอาจารย์ประจำที่ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 เดือน ก่อนจะเดินทางไปศึกษา ณ สถาบันที่มหาวิทยาลัยอนุมัติ

  3. มหาวิทยาลัยทำสัญญาผูกพันผู้ได้รับทุนให้กลับมาปฏิบัติงานเป็นอาจารย์ประจำ ของมหาวิทยาลัยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของระยะเวลาที่ได้รับทุน

  4. กรณีที่ผู้รับทุนไม่ปฏิบัติตามสัญญา ต้องชดใช้เงินให้แก่มหาวิทยาลัยเป็นจำนวน 2 เท่าของเงินทุนที่มหาวิทยาลัยได้จ่ายไปเพื่อการศึกษาของบุคคลผู้รับทุนนั้น

  5. ในกรณีที่ผู้รับทุนกลับมาปฏิบัติงานไม่ครบจำนวนตามสัญญา ให้ลดเงินที่จะต้องชดใช้ลงตามส่วน

9. การเพิกถอนการให้ทุน
มหาวิทยาลัยจะพิจารณาเพิกถอนการให้ทุนแก่ผู้ได้รับทุน หากเข้ากรณีใดกรณีหนึ่ง ดังนี้

  1. ไม่ผ่านการตรวจสุขภาพกายและสุขภาพจิต

  2. หลีกเลี่ยง ละเลยการรายงานตัว การอบรม และการทำสัญญาตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

  3. มีเหตุอันควรเชื่อว่าไม่เหมาะสมแก่การเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย

  4. หลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงกำหนดการเดินทางไปศึกษาต่อ ภายหลังจากที่มหาวิทยาลัยอนุมัติสถานศึกษาแล้ว

  5. กรณีไม่ได้รับการตอบรับเข้าศึกษาจากสถานศึกษาที่จะไปศึกษาต่อ ภายในระยะเวลา 18 เดือน นับแต่วันประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ได้รับทุน
  6. กรณีเดินทางกลับมาประเทศไทย โดยไม่ได้รับอนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงานและอธิการบดี
  7. กรณีที่ผู้ได้รับทุนขาดการติดต่อกับคณะวิชาต้นสังกัดเกิน 1 ปี

** ผู้สมัครที่ผ่านการสอบคัดเลือกในครั้งนี้ จะเป็นผู้มีสิทธิ์สอบคัดเลือกเพื่อรับทุนโครงการ Fulbright-UTCC University Staff Development Program ด้วย ดังนั้น หากผู้ใดมีความประสงค์จะสมัครรับทุนในโครงการดังกล่าว ขอให้เตรียมผลสอบ TOEFL ให้พร้อม เพื่อเป็นเอกสารประกอบการสมัครในเดือนพฤษภาคม 2553 **

10. ข้อตกลงในการรับสมัคร

  1. ผู้สมัครจะต้องกรอกรายละเอียด (โดยการพิมพ์เท่านั้น) ในใบสมัครให้ชัดเจน ครบถ้วนและถูกต้อง
  2. สำเนาหลักฐานทุกฉบับของผู้สมัครต้องเขียนรับรองว่า ?สำเนาถูกต้อง? และลงชื่อ-นามสกุลและวันที่กำกับไว้ด้วย
  3. มหาวิทยาลัยจะพิจารณาเฉพาะผู้สมัครที่ยื่นเอกสารครบถ้วนตามประกาศนี้เท่านั้น
  4. มหาวิทยาลัยขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับเอกสารเพิ่มเติมใดๆ หลังจากที่ผู้สมัครยื่นเอกสารแล้วหรือวันที่มหาวิทยาลัยปิดรับสมัครแล้ว

[ Download ใบสมัคร ]

ที่มา http://utcc2.utcc.ac.th/divisions/AcademicAffairs/scholarship/scholarship_2010.html

ความคิดเห็น
เชิญแสดงความคิดเห็น »
ชื่อ
อีเมล
ความเห็น

This site is using OpenAvatar based on