จิตแพทย์ชี้ความคาดหวังพ่อแม่ทำร้ายลูกทางอ้อม

ปลัด สธ.แนะโรงเรียนประเมินสภาพจิตใจเด็ก ด้าน กรมสุขภาพจิต ชี้ความคาดหวังของพ่อแม่อาจทำร้ายลูก…

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยกรณีนักเรียนชั้นม.5 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ก่อเหตุเผาโรงเรียน ว่า คนปกติทั่วไป หากมีสิ่งมากระทบจิตใจจะสามารถควบคุมจิตใจและพฤติกรรมของตนเองได้ดี จะไม่แสดงพฤติกรรมที่ทำร้ายคนอื่นหรือทำลายสิ่งของรอบตัว แต่คนที่แสดงพฤติกรรมออกมาในทางที่ค่อนข้างรุนแรง โดยพื้นฐานอาจจะมีอาการป่วยทางจิตอยู่ก่อน ทั้งนี้ หากโรงเรียนมีการประเมินสุขภาพจิตเด็กและพบว่าเด็กมีพฤติกรรมที่ผิดไปจาก ปกติ สามารถให้แจ้งมายังกรมสุขภาพจิตเพื่อจะได้จัดส่งนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ เข้าไปเยียวยาช่วยหลือให้คำแนะนำเด็ก

ด้าน นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า วัยรุ่นเป็นรอยต่อระหว่างผู้ใหญ่และเด็ก จึงมีธรรมชาติอยากลองและอารมณ์ร้อน ผู้ปกครองและโรงเรียนต้องเข้าใจธรรมชาติของวัยรุ่นที่พยายามปรับตัวรับสิ่ง เหล่านี้ หากผู้ใหญ่ดูแลใกล้ชิดจะช่วยเป็นธงให้วัยรุ่นปรับตัวได้ง่ายขึ้น ซึ่งสภาพสังคมปัจจุบันที่มีความแข่งขันกันสูง ทำให้สร้างแรงกดดันกับวัยรุ่นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคาดหวังจากครอบครัวที่ต้องการให้ลูกมีการงานที่ดี จึงให้ลูกแข่งขันเข้าโรงเรียนดังตั้งแต่เด็ก เหล่านี้ล้วนสร้างความกดดันให้เด็ก ถ้าเด็กมีการปรับตัวที่ดีแรงกดดันก็จะไม่ส่งผลต่อสภาพอารมณ์และพฤติกรรมใน ทางที่ไม่ดีได้

ดังนั้น ผู้ปกครองจึงควรดูแลเด็กและวัยรุ่นด้วยความห่วงใยอย่างใกล้ชิด โดยพยายามสังเกตอาการและพฤติกรรมของเด็กว่ามีความทุกข์ใจเรื่องใดหรือไม่ และถามไถ่จะทำให้รู้ว่าบุตรหลานทุกข์ใจเรื่องใดจะได้หาแนวทางแก้ปัญหาร่วม กันได้ ส่วนตัวเด็กและวัยรุ่นเอง จะต้องค่อยๆเรียนรู้วิธีปรับตัวกับแรงกดดัน หากมีปัญหาควรที่จะบอกเล่า ระบายหรือขอคำแนะนำจากคนที่ใกล้ตัวและไว้ใจได้ เช่น พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู และเพื่อน เพราะคนเหล่านี้ล้วนรักเราและพร้อมให้คำปรึกษา และขอให้ยอมรับกับตัวเองว่าตนเองไม่ได้เก่งทุกเรื่อง จะต้องมีความผิดพลาดเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา.

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ความคิดเห็น
  1. แม่เก้วNo Gravatar
    มิถุนายน 15, 2010

    เด็กๆสมัยเครียดจังไม่เหมือนสมัยเรา สาร์/อาทิตย์ ต้องไปทำสวน ทำนา ช่วย พ่อ แม่ ไปเรียนก็มีชั่วโมงให้หยุดพักเล่นก่อนกลับบ้าน แสนจะมีความสุข เดี๋ยวนี้เด็กๆต้องรียนพิเศษหลังเลิกเรียน แถมเสาร์-อาทิตย์อีก แล้วจะไม่ให้เครียดได้ไง ลูกเราๆไม่บังคับเขาเลย อยากเรียนก็เรียนไม่อยากเรียนก็ไม่ต้องเรียน สอนลูกว่าถ้าจบ ม.ปลายลูกอยากเรียนอะไรก็เรียน เลือกเรียนในสิ่งที่ลูกชอบ เพราะถ้าลูกเรียนในสิ่งที่ลูกชอบลูกจะมีความสุข ตื่นเช้ามาก็อยากไปเรียน อย่าไปคิดอะไรมากใช่ว่าคนเรียนเก่งจะประสบความสำเร็จในชีวิตเสมอไป คนที่เรียนไม่เก่งแต่ขยันก็ประสบความสำเร็จมากมายเช่นกัน อย่าเอาลูกไปเปรียบเทียบกับคนอื่น สอนเขาว่า แค่เขาเป็นคนดีแค่นี้พ่อแม่ ก็ภูมิใจในตัวลูกแล้ว แล้วคุณจะได้ลูกที่เป็นคนดีของครอบครัว

    Leave a reply
เชิญแสดงความคิดเห็น »
ชื่อ
อีเมล
ความเห็น

This site is using OpenAvatar based on