ไอคิวเด็กไทยแค่90 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่100

กรมสุขภาพจิตเตรียมวัดไอคิวเด็กไทย ประถม-มัธยม ใช้แบบทดสอบเกณฑ์มาตรฐานโลกเพื่อนำมาเป็นข้อมูลผลักดันไอคิวเด็กไทยให้สูงขึ้น หลังพบค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 91 จุด ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่อยู่ระดับ 100 จุด คาด ม.ค.ปี 54 รู้ผล
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์?พร้อมด้วย นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมสุขภาพจิต และผู้บริหารกรมสุขภาพจิต ร่วมแถลงโครงการ “สมองเด็กไทย…รอไม่ไหวแล้ว” เพื่อมุ่งพัฒนาไอคิวเด็กไทย โดยนายจุรินทร์กล่าวว่า จากผลสำรวจไอคิวเด็กไทยล่าสุด เมื่อปี 2552 พบว่า ไอคิวเด็กไทยอยู่ที่ 91 จุด ขณะที่มาตรฐานสากลอยู่ที่?90-110 จุด ถือเป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วง ซึ่งสาเหตุสำคัญเกิดจากการขาดสารไอโอดีน ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขจึงได้ออกประกาศกำหนดให้ เกลือ น้ำเกลือปรุงอาหาร น้ำปลา และซอสปรุงรส?เป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องใส่ไอโอดีน โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังมีการกำหนดให้แจกไอโอดีนเม็ดแก่หญิงตั้งครรภ์ทั่วประเทศ?คาดว่ามีประมาณ?800,000-1,000,000 คนต่อปี การกำหนดให้เด็กแรกเกิดทุกคนเข้ารับการตรวจฮอร์โมนไธรอยด์ ซึ่งหากพบว่ารายใดมีปัญหาจะได้แก้ไขได้ทันที รวมถึงการให้หนังสือเล่มแรกแก่เด็กแรกเกิดหรือบุ๊กสตาร์ท
นายจุรินทร์กล่าวว่า?นอกจากนี้ตนยังได้มอบหมายให้กรมสุขภาพจิตทำการสำรวจไอคิวคนไทยทั่วประเทศจำนวน?92,000?คน?ซึ่งเป็นการสำรวจครั้งแรกของไทยที่ใช้แบบทดสอบตามเกณฑ์มาตรฐานสากล?สำรวจลงลึกเป็นรายจังหวัด?คาดว่าจะใช้เวลาสำรวจ 1 เดือน ทั้งนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลเพื่อนำมาพัฒนาไอคิวคนไทยต่อไปในอนาคต โดยจะมีการตั้งเป้าจำนวนไอคิวที่จะขยับเพิ่มขึ้นภายใน 5 ปี นพ.อภิชัยกล่าวว่า?การสำรวจครั้งนี้จะใช้แบบทดสอบ Standard?Progressive Matrices Pararell (SPM.)?ซึ่งเป็นเครื่องมือทดสอบไอคิวระดับโลก ให้เวลาทำแบบทดสอบ?40 นาที โดยจะสำรวจในเด็กชั้นประถมและมัธยมในทุกจังหวัด?เก็บข้อมูลในวันที่ 13-24 ธ.ค.นี้ และจะทราบผลในเดือน ม.ค.2554 ซึ่งการสำรวจของไทยครั้งนี้ยังถือเป็นการสำรวจไอคิวครั้งใหญ่ที่สุดในโลก เพราะมีการสำรวจโดยใช้จำนวนคนมากที่สุดถึงเกือบ 1 แสนคน จากเดิมซึ่งมีบางประเทศทำอยู่ที่ 60,000 คนเท่านั้น
นพ.อภิชัยกล่าวว่า ภาพรวมค่าเฉลี่ยไอคิวประชากรโลกอยู่ที่ 100 จุด โดยประเทศจีนและญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีประชากรมีค่าเฉลี่ยไอคิวสูงที่สุด?โดยเฉพาะเมืองเซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่มีค่าเฉลี่ยไอคิวสูงที่สุดในโลก โดยเห็นได้จากที่คนญี่ปุ่นมีค่าไอโอดีนในปัสสาวะมากกว่าค่าปกติถึง 20 เท่า
ด้าน นพ.ยงยุทธ์ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การสำรวจครั้งนี้เป็นการเก็บข้อมูลรายจังหวัด ทำให้ได้ข้อมูลตามความเป็นจริงว่า เด็กในจังหวัดใดมีไอคิวเท่าไหร่ เนื่องจากในแต่ละจังหวัดมีฐานไอคิวต่างกัน?โดยผลสำรวจที่ได้จะนำมาวางแผนพัฒนาไอคิวเด็กไทยต่อไป?โดยเฉพาะในเรื่องระบบการสอนจากเดิมที่เราสอนเด็กไทยบนพื้นฐานไอคิวที่?90 จุด แต่จากนี้จะเป็นปรับการสอนเด็กไทยบนพื้นฐานไอคิว 100 จุด เป็นต้น
ขณะที่?นพ.อุดม เพชรสังหาร รองประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท รักลูกกรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า บ้านเราจำเป็นต้องพัฒนาคน?หากไม่เพิ่มศักยภาพเด็กไทยก็จะไปไม่รอด การให้ไอโอดีนเป็นเพียงแค่การสร้างฮาร์ดแวร์ให้กับเด็กไทย?แต่มีเพียงแค่ฮาร์ดแวร์คงไม่ได้?ซึ่งต้องใส่ซอฟต์แวร์ลงไปด้วย โดยผ่านการเล่น?การเรียน เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้เรารอไม่ได้?เพราะขณะนี้ประเทศไทยกำลังเจอปัญหา 2 ด้าน?คือ เรามีเด็กเกิดน้อยลง ขณะเดียวกันจำนวนผู้สูงอายุก็เพิ่มมากขึ้น หากเราไม่พัฒนาเด็กให้ดี ในอนาคตเราจะเป็นผู้สูงอายุที่มีลูกหลานที่ไม่มีศักยภาพแบกรับ.

ที่มา http://www.thaipost.net/

ความคิดเห็น
เชิญแสดงความคิดเห็น »
ชื่อ
อีเมล
ความเห็น

This site is using OpenAvatar based on