ข่าว: SMF - Just Installed!
  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 ... 129
1  Salvage Area / สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ การท่องเที่ยว / ขอเชิญชวนร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือแผ่นดินไหวในในประเทศเฮติ เมื่อ: มกราคม 17, 2010, 04:14:07 pm













ขอเชิญชวนร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือแผ่นดินไหวที่ประเทศเฮติ

สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนประชาชนร่วม บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว ประเทศเฮติ 
ได้ที่........ธนาคารไทยพาณิชย์  สาขาสภากาชาดไทย  ชื่อบัญชี  ?สภากาชาดไทย เพื่อการรับบริจาค? (เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่ประเทศเฮติ) หมายเลขบัญชี  045-2-88000-6 พร้อมส่งใบโอนเงินไปที่
คุณ ภารดี  วนกุลหัวหน้าฝ่ายการเงิน สำนักงานการคลัง   สภากาชาดไทย 
หมายเลข  FAX   0-2250-0120   
พร้อมระบุ ชื่อ?นามสกุล  หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อให้ชัดเจนเพื่อขอรับใบเสร็จ

สภากาชาดไทยยินดีรับบริจาคเป็นเงินเท่านั้น เนื่องจากค่าใช้จ่ายส่งสิ่งของสูงมาก  เงินบริจาคดังกล่าวจะนำไปสนับสนุนปฎิบัติการบรรเทาทุกข์ของสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือน ซึ่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอยู่ในประเทศเฮติขณะนี้  สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  0-2256-4035 ? 6 หรือ 0-256-4047 ? 8

2  Salvage Area / Fashion งานประกวด Event พริตตี้ / พริตตี้หน้าไหนๆก็น่ารัก เมื่อ: มกราคม 17, 2010, 12:41:22 pm


























































[img]http://www.fwdder.com/data/mail/2010/01/16/1263659390367/image/__fwdDer.com__-232950489-e419b2416892fd71c365c08699f82a28_640_480.jpg[/img
3  Salvage Area / เทคโนโลยี นวัตกรรม discovery ผลการวิจัย / ชาวทวิตเตอร์ไม่แฮปปี้ถูกคิดค่าบริการ GPRS แพงขึ้นปัดวินาทีเป็นนาที เมื่อ: มกราคม 15, 2010, 04:45:40 pm

ชาว ทวิตเตอร์ร้องไม่แฮปปี้ หลังถูกปรับค่าบริการ GPRS ปัดเศษวินาทีเป็นนาที โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า สบท. ชี้ค่าบริการควรคิดตามจริง และเป็นสิทธิของผู้บริโภคที่ควรรู้การปรับราคาค่าบริการ
 

จากข้อมูลกระแสความไม่พอใจของผู้บริโภคตามเว็บไซต์ต่างๆ โดยเฉพาะเว็บไซต์พันทิพย์ เกี่ยวกับการปรับอัตราค่าบริการ GPRS หรือใช้มือถือต่อเน็ตของผู้ให้บริการรายหนึ่งได้มีการเปลี่ยนแปลงอัตราค่า บริการจากการคิดเป็นวินาทีมาเป็นนาที  โดยไม่แจ้งให้ผู้ใช้บริการรับทราบล่วงหน้า เรื่องดังกล่าวมีผลกระทบกับผู้ที่เข้าใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการตรวจสอบข้อมูล หรือส่งข้อความสั้นเพียงระยะเวลาไม่กี่วินาทีที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น เนื่องจากถูกปัดเศษของวินาทีเป็นนาที เช่นที่เว็บพันทิพย์ ผู้โพสกระทู้รายหนึ่งชื่อว่า Zanuker ระบุว่า สมัครใช้แพคเกจเพื่อใช้เล่นทวิตเตอร์โดยเฉพาะ ซึ่งการ tweet แต่ละครั้งมักใช้เวลาแค่ 15-20 วินาทีเท่านั้น แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถ tweet ได้เท่ากับจำนวนนาทีที่มีอยู่เท่านั้น
 

นายประวิทย์  ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 14 มกราคมถึงเรื่องนี้ว่า เมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา  Happy Internet ได้มีการปรับเปลี่ยนการคิดค่าบริการจากการคิดเป็นวินาทีมาเป็นนาทีแทน หากใช้งานไม่ครบนาที ระบบก็จะปัดเศษให้เต็มนาทีและคิดเงินตามนั้น การปรับราคาดังกล่าวทำให้ผู้ใช้บริการที่ใช้โปรโมชั่น GPRS แบบเหมาจ่ายรายเดือนหรือรายชั่วโมง มีเวลาการใช้งานลดน้อยลงหลายเท่าตัวทันที เนื่องจากเศษของวินาทีถูกปัดเป็นนาที  ขณะที่ผู้ที่ใช้แบบไม่ซื้อแพคเกจก็ต้องจ่ายแพงขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เข้าอินเทอร์เน็ตเพียงสั้นๆ แต่บ่อยครั้ง เช่น การเล่นทวิตเตอร์ การเข้าไปเช็กข้อมูลเพื่อทันสถานการณ์ต่างๆ เช่น หุ้น ราคาทองคำ ราคาสินค้าเกษตร เป็นต้น


?ผู้ใช้บริการที่เล่น twitter เป็นตัวอย่างคนที่ได้รับผลกระทบชัดเจน เพราะส่งข้อความ 10 ครั้งก็คือเสียเวลาและค่าบริการเท่ากับ 10 นาทีแล้ว ทั้งที่การ tweet แต่ละครั้งทำได้ไม่เกิน 140 ตัวอักษร ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที หากคิดในภาพรวมของผู้บริโภค จำนวนผู้ใช้ที่มีเป็นแสนคนเป็นล้านคน จะเป็นเงินเท่าไรที่ผู้บริโภคต้องเสียไป สบท. เห็นว่าการคิดอัตราค่าบริการนั้นควรมีหลักเกณฑ์ว่า หากผู้ใช้บริการใช้บริการเกิน 30 วินาทีต้องคิดค่าบริการตามจริง อนุญาตให้ปัดเศษเฉพาะกรณีใช้บริการน้อยกว่า 30 วินาทีขั้นต่ำที่ 30 วินาที?


ผอ. สบท. ย้ำว่าหลักการคิดค่าบริการดังกล่าวเป็นมาตรฐานขั้นต่ำของธุรกิจโทรคมนาคมใน ต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น ที่ประเทศญี่ปุ่นจะมีการคิดค่าบริการเป็นรอบ เช่น ในระบบรายเดือนคิดค่าโทรเป็นรอบละ 30 วินาที และเป็นนาทีตามแต่ละแพ็คเกจ  แต่ในระบบเติมเงิน คิดค่าโทรเป็นรอบละ 6 วินาทีเท่านั้น  หรือที่ประเทศมาเลเซียก็คิดเป็นรอบละ ๓๐ วินาทีเช่นกัน ส่วนประเทศลาวนั้นคิดตามตรงเป็นวินาทีด้วยซ้ำ


นายประวิทย์กล่าวว่า อีกประเด็นสำคัญในกรณีที่ผู้บริโภคกำลังบ่นกันในขณะนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยว กับสิทธิในการรับรู้ข้อมูลและสิทธิการเลือกของผู้บริโภค ซึ่งเมื่อมีการปรับเปลี่ยนอัตราค่าบริการ ทางบริษัทผู้ให้บริการควรแจ้งให้ผู้บริโภคได้ทราบ เนื่องจากเป็นสิทธิที่ผู้ใช้บริการควรจะรู้  เพราะตามประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549   ระบุว่า ผู้ให้บริการมีหน้าที่ต้องแจ้งรายละเอียดของการให้บริการโทรคมนาคมในแต่ละ บริการอย่างชัดเจนและครบถ้วน และสัญญาย่อมเกิดขึ้นเมื่อคู่สัญญาได้แสดงเจตนาเสนอและสนองถูกต้องตรงกัน กรณีที่เงื่อนไขค่าบริการแตกต่างออกไปจากเดิม ผู้บริโภคย่อมต้องได้รับทราบเพื่อตัดสินใจใหม่ได้ นอกจากนี้ตามประกาศ กทช. เรื่อง อัตราขั้นสูงของค่าบริการและการเรียกเก็บเงินค่าบริการล่วงหน้าในกิจการโทร คมนาคม พ.ศ. 2549  ข้อ 12 ก็ระบุชัดเจนว่า หากผู้รับใบอนุญาตใดประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการ ต้องแจ้งเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการทราบก่อนการเปลี่ยนแปลง พร้อมยื่นเอกสารและหลักฐาน ให้พิจารณาด้วย

ที่มา หนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1263465817&grpid=&catid=04
4  Salvage Area / ใครมีข่าวดีๆ มาบอกเพื่อนๆ เชิญเลย!! / วิทยุจุฬาฯติวเข้มนักเรียนกว่า 3 หมื่นคน ระดมอาจารย์ชื่อดังจุฬาฯถ่ายทอดความรู้ เมื่อ: มกราคม 13, 2010, 12:49:13 pm

วิทยุจุฬาฯ ระดมคณาจารย์ชื่อดังจากจุฬาฯ ติวเข้มนักเรียนม.ปลายกว่า 3 หมื่นคน เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสนามสอบเข้ามหาวิทยาลัย ในวันที่ 16 ? 17, 23 ? 24, 30 ? 31 มกราคม 2553 รวม 6 วัน ณ อาคารเจเจมอลล์ สวนจตุจักร พร้อมยิงสัญญาณสดทางเว็บไซต์ www.curadio.chula.ac.th และถ่ายทอดภาพและเสียง ร่วมกับสถานีวิทยุ มอ.หาดใหญ่ FM.88

รศ. จุมพล รอดคำดี กรรมการผู้อำนวยการ สถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เปิดเผยว่า สถานีวิทยุสถานีวิทยุจุฬาฯ FM 101.5 MHz. จัดกิจกรรม ?สรุปเข้มโค้งสุดท้าย? ครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 16 ? 17, 23 ? 24, 30 ? 31 มกราคม 2553  รวม 6 วัน ณ ห้องกำแพงเพชร ชั้น 6 อาคารเจเจมอลล์ สวนจตุจักร เพื่อถ่ายทอดความรู้ของคณาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นช่องทางการสื่อสารข้อมูลความรู้และข่าวสารด้านการศึกษาไปยังนักเรียน มัธยมศึกษาตอนปลายที่ประสงค์จะสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาไทย ทุกแห่ง และเพื่อเป็นสื่อกลางการแสดงออกซึ่งความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility) ของหน่วยงานต่างๆทั้งจากภาครัฐและเอกชน

ทั้งนี้ คาดว่า จะมีนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทั่วประเทศ เข้าร่วมกิจกรรมกว่า  35,000 คน นักเรียนที่สนใจ(โดยเฉพาะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6) สามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทาง www.curadio.chula.ac.th เริ่มรับสมัคร 14 ธันวาคม 2552 เป็นต้นไป

ใน การเข้าอบรมครั้งนี้ นักเรียน จะได้รับฟังการบรรยายเนื้อหาวิชาที่ใช้ในการสอบ O ? Net, GAT/PAT รวม 8 วิชา ในหมวดภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา โดยคณาจารย์ อาทิ อาจารย์ พันตรี ดร.ราเชน มีศรี อ.ดร.จิณดิษฐ์  ละออปักษิณ รศ.อินทิรา หาญพงษ์พันธ์ รศ.ดร.บัญชา พูลโภคา รศ.สีมา ชัยสวัสดิ์ รศ.พเยาว์  ยินดีสุข

?ในกิจกรรม?สรุปเข้มโค้งสุดท้าย? จะมีการตอบคำถามปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยทุกระบบ โดย คุณศศิธร อหิงสโก ผู้จัดการสมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย การแนะแนวให้คำปรึกษาการเลือกคณะและสถาบัน รวมทั้งกิจกรรมการสร้างแรงบันดาลใจ จากทีมงานวิทยุจุฬาฯ  นอกจากการเปิดอบรมเข้มแก่นักเรียนที่เจเจมอลล์ แล้ว ยังถ่ายทอดสัญญาณภาพและเสียงผ่าน www.curadio.chula.ac.th รวมทั้งถ่ายทอดเสียงผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ FM.88 ครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ นครศรีธรรมราช, ยะลา, สงขลา, พัทลุง สตูล, ตรัง เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนในต่างจังหวัดได้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้อย่างทั่ว ถึง

สถานีวิทยุจุฬาฯ เป็นสถานีวิทยุแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีการผลิตรายการในรูปแบบ การให้ข้อมูลความรู้และข่าวสารสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายเพื่อการ เตรียมตัวสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในทุกสถาบันอุดมศึกษาของประเทศไทย มาอย่างต่อเนื่องและยาวนานกว่า 12 ปี ในชื่อรายการ ?เปิดประตูสู่มหาวิทยาลัย? ออกอากาศทุกวันตั้งแต่เวลา 19.30 ? 21.30 น. ผ่าน FM 101.5 MHz. และ www.curadio.chula.ac.th นับตั้งแต่ระบบ Entrance จนกระทั่งถึงระบบ Admission ในปัจจุบัน โดยเน้นหลักการที่ครอบคลุม ครบถ้วน รอบด้านเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ทั้งต่อนักเรียนและต่อระบบอุดมศึกษาไทย ภายใต้ หลักการวางรากฐาน เพื่อให้นักเรียนมีความรู้และสามารถนำความรู้ไปใช้เป็น พื้นฐานในการศึกษาต่อในระดับสูงขึ้นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยหลักและวิธีการสอนที่ถูกต้อง เน้นการสอนที่เสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์แทนการสอนด้วยวิธีการใช้สูตร ลัดหรือสูตรสำเร็จ หลักการสร้างความเข้าใจ เพื่อพัฒนาให้นักเรียนเกิดความเข้าใจและค้นหาสาขาวิชาที่เหมาะสมกับตนเองและ เข้าใจในระบบการศึกษาทุกระบบในทุกสถาบันการศึกษาที่มีอยู่ในประเทศไทย และหลักการสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อเสริมสร้างให้นักเรียนเกิดความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Quotient) สามารถพัฒนาปัญญาเป็นอาวุธเพื่อฟันฝ่าเอาชนะปัญหาและอุปสรรคทั้งปวงไปสู่ ความสำเร็จได้ในที่สุด

สำหรับโครงการสรุปเข้มฯ ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ในปี พ.ศ. 2553 นี้จะใช้ชื่อโครงการว่า ?สรุปเข้มฯ 6 ไม่ใช่แค่นก...ที่บินได้? เพื่อผลักดันให้นักเรียนเกิดแรงบันดาลใจที่จะฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆไปด้วยความ ฝัน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ....คุณสิริวิทย์ 081-307-3211, คุณภาวิณี 081-920-8193 โทร. 0-2218-3912 ต่อ 120,122,123,124 โทรสาร 0-2215-332

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/edu/55011
5  Salvage Area / เรื่องทั่วๆ ไป จับมาไว้ที่นี่เลย / เปิดใจแต้ว-แฟลช 2 ผู้อัญเชิญพระเกี้ยว จุฬาฯ เมื่อ: มกราคม 13, 2010, 12:43:31 pm
นอกจากความเข้มข้นของฟุตบอลแมตช์ที่หลายคนรอคอย ระหว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่กำลังจะเวียนมาถึงครั้งที่ 66 ในวันเสาร์ที่ 16 ม.ค.นี้แล้ว อีกไฮไลต์ที่แสงสปอต์ไลต์ต้องส่อง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญก็คือ ผู้อัญเชิญพระเกี้ยวของจุฬาฯ ซึ่งในปีนี้ ได้คัดเลือกนิสิตเข้ามาเกือบ 100 คน ก่อนจะคัดผู้ที่เหมาะสมมา 2 คน
คนแรกคือ ณฐพร เตมีรักษ์ หรือ น้องแต้ว นัก แสดงสาวจากช่อง 3 ที่หลายคนรู้จักกันดี ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เธอมาถ่ายทอดประสบการณ์ความยากง่าย และความภาคภูมิใจที่ได้เป็น 1 ใน 2 ผู้อัญเชิญพระเกี้ยวอันทรงเกียรติในงานฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 66 กับ ไทยรัฐออนไลน์ ว่า การได้รับเกียรติในครั้งนี้เป็นความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต แต่กว่าจะมายืนตรงนี้ได้ แต๋วยอมรับว่าต้องผ่านขั้นตอนมากมายเช่นกัน

"จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้เราไม่รู้ว่า การจะเข้ามาตรงนี้ต้องผ่านอะไรบ้าง พอเข้ามาก็เข้าใจว่านิสิตทุกคนที่จะเข้าร่วมในการขั้นตอนเป็นผู้อัญเชิญพระ เกี้ยว ทุกๆ คนต้องผ่าน 4 ขั้นตอนสุดหิน (หัวเราะ) ซึ่งละขั้นตอนก็แฝงไปด้วยนัยดีๆ ซ่อนอยู่มากมาย เริ่มตั้งแต่การสัมภาษณ์กลุ่ม เพื่อดูถึงทัศนคติของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร การทำกิจกรรมและงานบำเพ็ญประโยชน์กลุ่มร่วมกันเป็นทีม การสอบข้อเขียน เมื่อผ่านทุกๆ ขั้นตอนแล้วก็มาถึงการสัมภาษณ์เดี่ยวเพื่อดูทัศนคติส่วนตัวอีกที โดยการคัดเลือกทุกรอบจะถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีเพื่อดึงศักยภาพของตัวผู้ สมัครออกมาให้มากที่สุด"

สำหรับความรู้สึกที่ได้รับการคัดเลือกให้มา รับหน้าที่อันทรงเกียรติในปีนี้ นักแสดงสาวยอมรับว่าครั้งแรกที่เข้าร่วมในการคัดเลือก ไม่คิดว่าจะได้รับเกียรตินี้ เพราะดูจากตำแหน่งแล้วดูสูงส่ง แต่พอได้รับโอกาสก็มีทั้งตื่นเต้น ดีใจ และก็ภูมิใจมากๆ

"ถามว่า การได้เป็นผู้อัญเชิญพระเกี้ยวนั้นได้อะไร แต้วคิดว่ามันทำให้เรามีความรับผิดชอบมากๆ จากที่เคยเรียนเสร็จแล้วก็กลับบ้าน ทุกๆ วันเสาร์-อาทิตย์ แต้วก็ต้องไปถ่ายละคร วันจันทร์-ศุกร์ก็ต้องมาเรียน ซึ่งพอได้มาทำงานตรงนี้มันมีภาระหน้าที่ตามติดมามากมาย แต้วก็ได้เรื่องการแบ่งเวลา อีกทั้งยังได้ฝึกเรื่องการวางตัวให้เหมาะสม มันก็ทำให้เราวางตัวที่ดีขึ้นมาก จากแต้วเป็นคนกระเปิ๊บกระป๊าบ (หัวเราะ) ไม่เรียบร้อยมาก ซึ่งก็เป็นประสบการณ์ที่ดีและได้ประโยชน์จริงๆ?

เมื่อถามถึงจุดเด่นที่สามารถเอาชนะใจกรรมการได้ สาวผู้อัญเชิญพระเกี้ยวคนล่าสุด บอกว่า น่าจะเป็นความที่เราเป็นตัวเราให้มากที่สุด

"ทุก คนที่เข้ามาร่วมกิจกรรมตรงนี้ เราเชื่อว่าทุกๆ คนก็ต้องหวังลึกๆ ว่าจะได้รับเกียรติมาทำหน้าที่ตรงนี้ แต้วก็เหมือนกัน และพอได้มารู้จักกับกลุ่มเพื่อนๆ ซึ่งมีทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้องได้ทำกิจกรรมร่วมกัน มันก็ทำให้เราได้เห็นความคิด-อ่าน ของแต่ละคน ทำให้ปัจจุบันมันเปลี่ยนทัศนคติของเราไปด้วยว่า การที่ได้เข้ามาร่วมทำงานตรงนี้มันสำคัญยิ่งกว่าว่าเราจะได้ทำหน้าที่อะไร เป็นความภาคภูมิใจดีๆ ที่เราต้องเมมโมรีเอาไว้ครั้งหนึ่งในชีวิต"

สุด ท้ายน้องแต้ว ฝากเสียงใสๆ ผ่านไทยรัฐออนไลน์ไปถึงพลพรรค ม.ธรรมศาสตร์ ด้วยว่า ในปีนี้ทีเด็ดของจุฬาฯ มีหลายอย่างมากๆ ไม่ว่าจะเป็น ดรัมเมเยอร์ ลีดเดอร์  ซึ่งฝึกหนักมากๆ ซ้อมถึงตี 2-3 ทุกๆ คืน ดังนั้นจึงอยากให้ชาวธรรมศาสตร์ระวังทีเด็ดของจุฬาฯ ที่จะมีลีลาเอาชนะใจคนทั้งสนามแล้วทีมฟุตบอลของจุฬาฯ ปีนี้ ยังมั่นใจว่าจะมากำชัยได้อย่างไม่ยากเย็น

"ยังไงวันที่ 16 ม.ค.นี้ สแตนด์ฝั่งจุฬาฯ ต้องเต็มก่อนธรรมศาสตร์แน่ๆ เจอกันที่สนามศุภฯ? ดาราสาวผู้อัญเชิญพระเกี้ยวกล่าวในที่สุด
นายวิรินธิ์พล เอกอุฬารพันธ์ หรือ แฟลช หนุ่มหน้ามน-มาดดี ผู้อัญเชิญพระเกี้ยวฝ่ายชาย ปัจจุบันเรียนอยู่คณะคณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 ถ่ายทอดประสบการณ์ความยากง่าย และความภาคภูมิใจที่ได้เป็น 1 ใน 2 ผู้อัญเชิญพระเกี้ยวอันทรงเกียรติว่า การคัดเลือกตัวแทนอัญเชิญพระเกี้ยวคัดจากนิสิตจำนวน 12 คน คือ ชาย 6 คน หญิง 6 คน เป็นการคัดเลือกด้วยความสมัครใจว่าใครอยากเป็นตัวแทนก็เข้าไปคัดเลือก โดยจะคนที่จะเข้าไปสมัครนั้นจะต้องมีเกรดเฉลี่ย 2.5 ขึ้นไป ไม่จำกัดคณะ โดยสามารถแบ่งหน้าที่เป็นผู้อัญเชิญพระเกี้ยว 2 คน ผู้อัญเชิญป้ายมหาวิทยาลัย ผู้อัญเชิญพานพุ่ม

สำหรับความรู้สึกที่ ได้มาเป็นตัวแทนอัญเชิญพระเกี้ยว แฟลช กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจมากๆ เพราะพระเกี้ียวเป็นสัญลักษณ์และก็เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับเหล่านิสิตนัก ศึกษาทุกคน นอกจากตัวเองจะภูมิใจแล้วก็ยังทำให้ครอบครัวของตนได้รับความภาคภูมิใจอีก ด้วย

"ผมจำได้ว่าเมื่อตอนอยู่ปี 1 ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมกับงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ด้วย ตอนนั้นทำหน้าที่แบกเสลี่ยง ซึ่งมันเป็นความทรงจำดีๆ มากๆ โดยจะเข้ามาดูการแข่งขันฟุตบอลทุกๆ ปี ปีนี้เป็นปีสุดท้ายจึงตัดสินใจสมัครเข้ามาลองดู แล้วก็ได้เป็นตัวแทน ได้ทำเพื่อจุฬาฯ ถ้าถามว่างานบอลปีนี้คิดว่าใครจะชนะ ไม่ทราบหรอก (หัวเราะ) เป็นการเตรียมตัวของใครมากกว่ากัน แต่ปีนี้ผมคิดว่าจุฬาฯ น่าจะชนะมากว่า แต่งานครั้งนี้เราไม่ได้เอาแพ้ชนะเป็นหลัก เราเน้นที่ความสามัคคีของ 2 สถาบัน แต่อยากจะฝากบอกทางธรรมศาสตร์ว่า ปีนี้จุฬาฯเตรียมตัวมาดีมาก ขอให้ระวังตัวไว้ด้วย" แฟลชกล่าว.

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/edu/58361
6  Salvage Area / ภาพ ดารา นักร้อง ศิลปิน / "โบว์-เบญจศิริ'' นางร้ายสยิวกับความหวิวแบบชิว เมื่อ: มกราคม 13, 2010, 12:26:25 am



























ที่มา www.siamdara.com
7  Salvage Area / ภาพ ดารา นักร้อง ศิลปิน / สาวเก่ง ''จอย'' รินลณี ศรีเพ็ญ'' เมื่อ: มกราคม 13, 2010, 12:24:19 am

























ที่มา http://www.siamdara.com
8  Salvage Area / ใครมีข่าวดีๆ มาบอกเพื่อนๆ เชิญเลย!! / ฟ้าหญิงฯ ทรงเผย'ในหลวง'หายประชวร ทรงถีบจักรยานได้ 3 กม. เมื่อ: มกราคม 12, 2010, 10:45:26 pm

?เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์? ทรงตรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงหายจากพระอาการประชวรแล้ว โดยขณะนี้ทรงถีบรถจักรยานได้ไกลกว่า 3 กิโลเมตร ขณะที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ก็ทรงหายจากพระอาการประชวรเช่นกัน หลังได้รับพระโอสถจากแพทย์ที่ถวายการรักษา
       
       นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี ได้เสด็จพระดำเนินมาประทับแรมเป็นการส่วนพระองค์โดยแปรพระราชฐาน ณ พระตำหนักภูพิงคราช นิเวศน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และได้พระราชทานวโรกาสให้ข้าราชการในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ได้เฝ้ารับเสด็จ
       
       ในการนี้พระองค์ได้ตรัสเล่าว่า ขณะนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงหายจากพระอาการประชวรแล้ว โดยขณะนี้ทรงถีบรถจักรยานได้ไกลกว่า 3 กิโลเมตร ขณะที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถก็ทรงหายจากพระอาการประชวรแล้ว หลังได้รับพระโอสถจากแพทย์ที่ถวายการรักษาพระอาการประชวร จึงนับเป็นข่าวดีที่พสกนิกรชาวไทยต่างปลื้มปิติยิ่งนัก
       
       ส่วน บรรยากาศที่ศาลาศิริราช 100 ปี รพ.ศิริราช วันที่ 12 ม.ค.ยังคงมีพสกนิกรจากจังหวัดต่างๆ เดินทางไปลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราช กรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของราษฎรทั้งประเทศ
       
       นอกจากนี้ คณะกรรมการกาชาด กิ่งกาชาด อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี ตัวแทนศูนย์ประสานงานชมรมผู้สูงอายุ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี มูลนิธิเพื่อการศึกษาพิเศษในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นักเรียนโรงเรียนบางกะปิ คณาจารย์ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ สาขาคอมพิวเตอร์ ศิลปะ และการออกแบบ ได้นำแจกกันดอกไม้ สิ่งของ ไปทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย พร้อมทั้งร่วมกันลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วย
       
       สำหรับตลอดวานนี้ ที่เปิดให้ประชาชนมาลงนามถวายพระพร มีผู้มาลงนามจำนวน 7,604 รายชื่อ ทำให้ตลอด 116 วันของการเปิดให้ลงนาม มีผู้มาลงนามถวายพระพรแล้วจำนวนทั้งสิ้น 1,822,507 รายชื่อ

ที่มา http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9530000004528
9  Salvage Area / ใครมีข่าวดีๆ มาบอกเพื่อนๆ เชิญเลย!! / เปิดเนคเทคอะคาเดมี่ ยกระดับไอซีทีคนไทย เมื่อ: มกราคม 11, 2010, 10:41:19 pm

เนคเทค เปิดบ้าน เพาะเมล็ดพันธุ์ความรู้ ก้าวสู่สังคมไอที ตั้งเป้าสร้างบุคลากรไอที เจาะกลุ่มซีไอโอ พร้อมเผยบุคลากรไอทีไทยกว่า 3 หมื่นคน แต่มีศักยภาพแค่ 10%...

นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค กล่าวว่า การเปิดบ้านโอเพ่นเฮาส์ 2010 ของเนคเทคอะคาเดมี่ ภายใต้หัวข้อ เปิดบ้าน เพาะเมล็ดพันธุ์ความรู้ก้าวสู่ สังคมไอซีที มีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างเนคเทคอะคาเดมี่ และพันธมิตร รับและเอกชน ในการสร้างบุคลากรไอซีทีมืออาชีพเข้าสู่สังคมไอซีที รวมทั้งบริการความรู้ด้านไอซีทีต่อสังคมด้วย

นายวิรัช ศรเลิศล้ำวาณิช ผู้ช่วยผู้อำนวยการ เนคเทค กล่าวว่า เนคเทคอะคาเดมี่ มีบุคลากรพิเศษที่พร้อมเป็นหน่วยบิการวิชาการ ทำหน้าที่สนับสนุนแผนแม่บทไอซีที ฉบับที่ 2 (ปี2552-2556) ตามยุทธศาสตร์ที่ 1 ว่าด้วยเรื่อง การพัฒนากำลังคนด้านไอซีที และบุคคลทั่วไปให้มีความสามารถในการสร้างสรรค์ ผลิต และใช้สารสนเทศอย่างมีวิจารณญาณ และรู้เท่าทัน ผ่านการให้บริการฝึกอบรม บริการที่ปรึกษาเทคนิค และการสอบมาตรฐานบุคลากร ขณะเดียวกัน ก็กำลังจะลงนามร่วมกับสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ หรือซิป้า และกระทรวงแรงงาน จัดตั้งศูนย์ยกระดับมาตรฐานวิชาชีพด้านไอซีทีไทยด้วย

?เนค เทคอะคาเดมี่จะเป็นตัวช่วยเสริมให้คนไทย เพิ่มขีดความสามารถในระดับประเทศได้ ทั้งนี้  ประเทศไทยจัดอยู่ระดับกลาง ประมาณ 20% จากจำนวน 7 ประเทศที่เข้า ส่วนเวียดนาม กับฟิลิปปินส์ ทำได้ดีกว่าประเทศอื่น อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีบุคลากรด้านไอซีทีประมาณ 3 หมื่นราย แต่ที่มีศักยภาพใช้งานได้มีไม่ถึง 10% ดังนั้น จึงต้องเปิดหลักสูตรฝึกอบรมขึ้น? ผช.ผอ. กล่าว

นางสาวอัจฉริยะ อักษรอินทร์ ผู้อำนวยการเนคเทคอะคาเดมี่ กล่าวว่า หลักสูตรที่เปิดอบรม ครอบคลุมทั้งบุคลากรไอซีที และไม่ใช่ไอซีที ระดับผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติ อาทิ หลักสูตรผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง หรือ ซีไอโอ ตามมติคณะรัฐมนตรี หลักสูตรผู้บริหาร และหลักสูตรไอซีที สำหรับผู้ที่ไม่ใช่สายไอทีด้วย

ผอ.เนคเทคอะคาเดมี่ กล่าวด้วยว่า แผนงานปี 2553 ที่เริ่มปีเป็นแรกจะเห็นการมุ่งเน้นการทำงาน และด้านใหม่ที่ไม่ใช่เฉพาะการสัมมนา คือ การสร้างมืออาชีพ ที่อาจจะเป็นผู้ประกอบการมากขึ้น โดยเน้นผู้ใช้ โดยให้มีส่วนร่วมมากขึ้น อีกทั้ง จะจัดให้มีสัมมนาวิชาการประจำปี 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเป็นโซเชียลมีเดียคอนเฟอร์เร้นท์ ในเดือน มี.ค.เพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ของการนำเสนอสื่อใหม่อย่างเครือข่าย สังคมออนไลน์ และครั้งที่ 2 คือ การประชุมที่เน้นการนำไอซีทีมาเป็นเครื่องมือบริหารจัดการโลจิสติกส์ และห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับบริหารจัดการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับภาคผลิตและบริการ

ที่มา หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
10  Salvage Area / นิสิต นักศึกษา นักเรียน สาวๆ วัยใส / สาวสวยวัยไส เมื่อ: มกราคม 11, 2010, 10:29:21 pm







































11  Salvage Area / สิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ การท่องเที่ยว / อากาศวิปริต ป่วนทั้งโลก ไทยฝนหลงฤดู เมื่อ: มกราคม 11, 2010, 10:14:50 pm

อากาศทั่วโลกวิปริตหนักฤดูกาลผิดเพี้ยน อังกฤษ ติด ลบต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ไม่เว้นแม้แต่ ประเทศไทยเดือนมกราคม เกิดฝนหลงฤดูถล่มลงมาอย่างหนักราวกับฟ้ารั่ว...

อากาศทั่วโลกวิปริต หนัก ฤดูกาลผิดเพี้ยนจากเดิม ชนิด ไม่เคยเกิดมาก่อน อังกฤษวิกฤติหนัก อุณหภูมิหนาวจัด ติด ลบต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง  หิมะหนาเตอะบนถนน 40 ซม. สนามบินทั่วประเทศปิดตาย เที่ยวบินหลาย ร้อยเที่ยวถูกยกเลิกกะทันหัน ระดมทหารเร่งช่วยเหลือเจ้าของรถกว่า 1 พัน ที่ติดหิมะอยู่บนท้องถนน ขณะที่ฟุตบอลคาร์ลิงคัพ ระหว่างปิศาจแดงกับเรือใบต้องเลื่อนออกไป เพราะหิมะเป็นเหตุ ด้านนอร์เวย์เลวร้ายสุดใน ทวีปยุโรป ต้องเผชิญความหนาวเย็นติดลบถึง 41 องศาเซลเซียส ส่วนจีนประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าและถ่าน หินอย่างหนัก ปักกิ่งอุณหภูมิติดลบ 16 องศาเซลเซียส ขณะที่กรุงเทพฯ ฝนหลงฤดูถล่มกรุง น้ำท่วมขังถนนหลายสาย การจราจรเป็นอัมพาตโกลาหลทั้งเมืองโลกวิปริตหนัก เกิดสภาพอากาศแปรปรวน ฤดูกาลเปลี่ยนแปลง ผิดแผกแตกต่างไปจากเดิม ชนิดไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนทั่วทั้งโลก ทั้งอากาศหนาวจัด อุณหภูมิติดลบ หิมะตกหนักเป็นแผ่นหนาในทวีปยุโรป สหรัฐอเมริกาประเทศจีน กับอีกหลายแห่งของทวีปเอเชีย ไม่เว้นแม้แต่ ประเทศไทยในเดือนมกราคมซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาว ก็เกิดฝนหลงฤดูถล่มลงมาอย่างหนักราวกับฟ้ารั่วในกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้การจราจรเป็นอัมพาต รถราติดขัด น้ำท่วมขังจนโกลาหลกันทั้งเมือง

ทั้ง นี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันพุธที่ 6 ม.ค.ว่า หลายภูมิภาคทั่วโลก โดยเฉพาะยุโรปและเอเชีย เผชิญสภาพอากาศหนาวเย็นผิดปกติต้อนรับปีใหม่ โดยที่อังกฤษ ทั่วทั้งประเทศไล่ตั้งแต่กรุงลอนดอนไปตลอดภาคกลาง เหนือ ใต้ จนถึงสกอตแลนด์ อากาศหนาวเย็นและหิมะตกหนักที่สุดในรอบ 30 ปี หลายเมืองเผชิญพายุหิมะหรือหิมะตกหนาถึง 40 ซม. ส่งผลให้การขนส่งคมนาคมเป็นอัมพาต ทั้งทางรถยนต์ รถไฟ และการจราจรทางอากาศ สนามบินหลายแห่งต้องปิดชั่วคราว รวมทั้งสนามบินเกตวิคในลอนดอน ซึ่งถูกปิดเมื่อคืนวันที่ 5 ม.ค. เพื่อให้เจ้าหน้าที่เคลียร์หิมะจากรันเวย์ นอกจากนี้  ผู้โดยสารที่จะจับเที่ยวบินจากสนามบินฮีทโธรว์ ยังได้รับคำเตือนให้เช็กกับสายการบินก่อนเดินทางไปที่สนามบินและเผื่อเวลา สำหรับความล่าช้า ส่วนสนามบินลูตัน เบอร์มิงแฮม แมนเชสเตอร์ เซาแธมป์ตัน และสนามบินจอห์น เลนนอน ในเมืองลิเวอร์พูล ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป

ส่วนผู้ให้บริการ รถไฟทั่วอังกฤษก็ประกาศลด ยกเลิก หรือเลื่อนการเดินรถไฟหลายขบวน รวมทั้งขบวนเข้าออกกรุงลอนดอน ไปจนถึงรถไฟสายอีสต์ โคสต์ อีสต์ มิดแลนด์ ชิลเทิร์น เรลเวย์ส เฟิร์ส เกรต เวสเทิร์น ฯลฯ ขณะที่โรงเรียนหลายร้อยแห่งทั่วประเทศถูกสั่งปิด โดยเฉพาะในเขตแลงคาสเชียร์ เวสต์ ยอร์คเชียร์ เวสต์ มิดแลนด์ กลอสเตอร์เชียร์ ฮาตฟอร์ดเชียร์ และเซอร์เรย์ ได้รับผลกระทบหนักที่สุด กองทัพอังกฤษยังระดมทหารออกมาช่วยบรรเทาทุกข์ รวมทั้งไปช่วยอพยพผู้ขับรถยนต์กว่า 1,000 คัน  ที่ติดค้างอยู่บนถนน ซึ่งหิมะสุมหนาจนรถติดยาวเหยียดในเมืองแฮมเชียร์

สภาพอากาศอันเลว ร้ายยังส่งผลให้การแข่งขันฟุตบอล กีฬาสุดฮิตของอังกฤษต้องยกเลิก รวมทั้งฟุตบอล "คาร์ลิงคัพ" นัดดาร์บี้ แมตช์ ระหว่างทีม "ปิศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อคืนวันอังคารที่ 5 ม.ค. ส่วนการแข่งขันพรีเมียร์ลีก คืนวันพุธที่ 6 ม.ค. ระหว่างทีม "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล กับทีมโบลตัน ก็เผชิญอุปสรรคเช่นกัน นอกจากนี้ การแข่งขันรักบี้และม้าแข่งหลายนัดก็ถูกยกเลิกด้วย

ทางการอังกฤษยัง แถลงเตือนว่า อาจเกิดภาวะไฟฟ้า ก๊าซ และเกลือขาดแคลน เพราะอุปสงค์ความต้องการใช้มีสูงมากผิดปกติในช่วงหนาวจัด แต่อุปทานลดลงอย่างฮวบฮาบเนื่องจากการผลิตและการขนส่งแทบเป็นอัมพาต  ฝ่ายค้านของอังกฤษเผยว่า  อังกฤษมีก๊าซสำรองพอใช้แค่ 8 วันเท่านั้น ขณะที่บริษัทวินส์ฟอร์ด ผู้ผลิตเกลือรายใหญ่ที่สุดของประเทศในเมืองเชสเชียร์ เตือนว่าเกลืออาจขาดตลาดถ้าสภาพอากาศยังเป็นเช่นนี้อยู่

สำนักงาน อุตุนิยมวิทยาอังกฤษทำนายว่า อังกฤษจะเผชิญสภาพอากาศหนาวเย็นจัดต่อไปอีก 2 สัปดาห์ และนอกจากอังกฤษ หลายประเทศทั่วยุโรปก็เผชิญสภาพอากาศเย็นจัดจากแนวอากาศหนาวจากภูมิภาค ไซบีเรีย โดยเฉพาะนอร์เวย์ อุณหภูมิลดต่ำถึงติดลบ 41 องศาเซลเซียส  ส่วนเนเธอร์แลนด์ เกิดน้ำแข็งหนาจนสามารถจัดการแข่งขันสเกตน้ำแข็งธรรมชาติครั้งแรกในปีนี้ ได้ที่ทะเลสาบเฮนสโคเตอร์ ที่ฝรั่งเศส หิมะและน้ำแข็งหนา ทำให้การจราจรทางภาคตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ รวมทั้งที่เมืองบอร์กโดซ์ ติดขัดอย่างหนัก ส่วนฮังการีก็ถูกปกคลุมด้วยหิมะ ทางการต้องเตือนไม่ให้ประชาชนในกรุงบูดาเปสต์ใช้รถยนต์ ขณะที่บางพื้นที่ของอิตาลีกลับเผชิญฝนตกหนัก จนเจ้าหน้าที่หวั่นกลัวว่าแม่น้ำไทเบอร์ จะเอ่อล้นท่วมกรุงโรมในไม่กี่วันข้างหน้า

ขณะที่ในเอเชียเกิดอากาศ หนาวจัดและหิมะตกหนักทางภาคเหนือ ตะวันออก และกลางของจีน ทำให้เกิดภาวะไฟฟ้าและถ่านหินขาดแคลนอย่างหนัก เนื่องจากการขนส่งถ่านหินจากแหล่งผลิตต่างๆ ทำได้ยากลำบาก อีกทั้งบริษัทผลิตไฟฟ้าและถ่านหิน ตกลงเรื่องราคาจำหน่ายไม่ได้ ทำให้ไฟฟ้าและถ่านหินไม่เพียงพอกับความต้องการอยู่ก่อนแล้ว จนทางการจีนต้องปันส่วนไฟฟ้า เพื่อการอุตสาหกรรม และใช้ในครัวเรือนในบางพื้นที่ รวมทั้งที่มหานครเซี่ยงไฮ้ มณฑลเจียงสู ชานตง และเหอเป่ย ส่วนภูมิภาคอื่นๆอาจขาดแคลนไฟฟ้าและถ่านหินเช่นเดียวกัน ถ้าสภาพอากาศยังหนาวเย็นจัดต่อไป ซึ่งทางการจีนได้ร้องขอให้ประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงานแม้กำลังต่อสู้กับ ความเหน็บหนาวก็ตาม

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของจีนพยากรณ์ว่า ภาวะอากาศหนาวเย็นจะต่อเนื่องไปตลอดสัปดาห์ โดยที่กรุงปักกิ่ง เมื่อวันพุธที่ 6 ม.ค. หิมะตกหนักและอุณหภูมิลดลงถึงติดลบ 16 องศาเซลเซียส ต่ำสุดตั้งแต่ปี 2514 ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่อากาศหนาวเย็นที่สุด อุณหภูมิติดลบ 32 องศาเซลเซียสเมื่อวันจันทร์ที่ 4 ม.ค. ก่อนสูงขึ้นเป็นติดลบ 17 องศาเซลเซียสในวันพุธที่ 6 ม.ค.

ภูมิภาคอื่นๆที่เผชิญสภาพอากาศ หนาวเย็นผิดปกติในช่วงนี้ รวมทั้งเกาหลีใต้ ซึ่งหิมะตกหนักในกรุงโซล ขณะที่ภาคใต้ของสหรัฐอเมริกา สภาพอากาศหนาวเย็นจัด ทำให้เกษตรกรต้องรีบเก็บเกี่ยวพืชผล ส่วนนักท่องเที่ยวที่หวังไปอาบแดดอุ่นๆในภูมิภาคกัลฟ์ โคสต์ ในรัฐเท็กซัส หลุยเซียนา มิสซิสซิปปี อลาบามา และฟลอริดา กลับต้องเผชิญความหนาวเหน็บแทน

ขณะ เดียวกัน ที่กรุงเทพมหานคร ก็ปรากฏว่ามีฝนตกลงมาอย่างหนัก ตั้งแต่ช่วงบ่ายถึงค่ำของวันที่ 6 ม.ค. หลังจากที่มีฟ้าครึ้มมืดมัวมาตั้งแต่เช้า ทั้งที่เป็นช่วงอยู่ในฤดูหนาว แต่กลับมีฝนหลงฤดูตกลงมา ส่งผลให้รถราติดขัดยาวเหยียด เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ การจราจรบนถนนสายหลัก อาทิ ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนลาดพร้าว ถนนรามคำแหง ถนนพหลโยธิน ถนนจรัญสนิทวงศ์เป็นอัมพาต เกิดอุบัติเหตุรถชนในหลายพื้นที่

นายบุญธรรม ตั้งล้ำเลิศ หัวหน้าเวรพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า สาเหตุที่เกิดฝนตกหนักในกรุงเทพฯ และหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เกิดจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนอ่อนกำลังลง ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้ เข้ามาปกคลุมบริเวณภาคกลาง ทำให้บริเวณภาคกลาง กรุงเทพฯ ปริมณฑล มีฝนตกหนัก และภาคอื่นๆมีฝนฟ้าคะนองในช่วงนี้ คาดว่าคืนวันที่ 6 ม.ค. บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะเคลื่อนเข้ามาปกคลุมประเทศ ไทยตอนบน ทำให้ทั่วประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค. มีฝนฟ้าคะนองลดลง และอุณหภูมิลดลง 1-3 องศา

นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผอ.ศูนย์จัดการความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยถึงสภาพอากาศแปรปรวน ฝนตกช่วงฤดูหนาวว่า เกิดจากลมตะวันออกเฉียงใต้พัดมวลอากาศร้อนชื้นเข้ามาสู่ประเทศไทย ทำให้มวลอากาศเย็นหดตัวขึ้นไปทางเหนือ ส่งผลให้เกิดฝนตกกระจายในบางพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นภายในสัปดาห์นี้ และจะกลับเข้าสู่หน้าหนาวอีกครั้งตลอดเดือน ม.ค. ขณะเดียวกันปัญหาที่ไทยจะเจอแน่คือ ปรากฏการณ์เอลนินโญ่ระดับรุนแรงในรอบ 10 ปี โดยจะทำให้เกิดภาวะร้อนและแล้งมากกว่าปีที่ผ่านมา มีการคาดการณ์แล้วว่าจะส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้น 40-42 องศาในบางพื้นที่ โดยเฉพาะภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพฯ น่าจะเกิน 40 องศา โดยช่วงร้อนที่สุดอยู่ระหว่างเดือน มี.ค.ไปจนถึงเดือน เม.ย. ซึ่งวันที่ร้อนที่สุดคือ วันที่ 22 เม.ย.นี้

ทางด้านนายสัญญา ชีนิมิตร ผอ.สำนักระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า สภาพฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 16.30 น. มีปริมาณสูงสุดบริเวณพื้นที่เขตห้วยขวาง 120 มิลลิเมตร/ชม. ส่วนพื้นที่อื่นๆ เช่น ลาดพร้าว รามคำแหง มีปริมาณ 97 มิลลิเมตร/ชม. ถนนหลายสายรถราติดขัด มีน้ำท่วมขังสูงถึง 10 ซม. เช่นที่ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนรัชดาภิเษก กทม.ได้เร่งระบายน้ำออกจากผิวจราจรแล้ว เหลือถนนบางสายที่ปริมาณน้ำท่วมขังยังสูง

ที่มา หนัีงสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/region/57297
12  Salvage Area / นิสิต นักศึกษา นักเรียน สาวๆ วัยใส / รู้จักเพื่อนๆ ใน HI 5 เมื่อ: มกราคม 10, 2010, 12:36:11 am









































[





























































































13  Salvage Area / ภาพ ดารา นักร้อง ศิลปิน / สุดยอดสาวข้างบ้าน"ออย-แพร" FHM 18+ เมื่อ: มกราคม 09, 2010, 10:46:59 pm


































http://www.fhm.in.th/
14  Salvage Area / ตลก ฮาๆ ขำๆ แปลกๆ / ลู่ อ้ายเหยียน ? พรสวรรค์แห่งการล้อเลียน เมื่อ: มกราคม 08, 2010, 12:34:37 pm
Chinese boy Lu Aiyan Super Parody of Michael Jackson - WAREYE
15  Salvage Area / ใครมีข่าวดีๆ มาบอกเพื่อนๆ เชิญเลย!! / คำขวัญวันเด็ก ปี 2553 เมื่อ: มกราคม 08, 2010, 12:31:42 am
คำขวัญนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี
?คิดสร้างสรรค์  ขยันใฝ่รู้  เชิดชูคุณธรรม?

 

- สารพระวรธัมโม

- สารรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

- ประกาศรายชื่อเด็กและเยาวชนที่จะเข้าพบนายกรัฐมนตรี

- พระบรมราโชวาท

- สารนายกรัฐมนตรี

- กำหนดการวันที่ 8 มกราคม 2553

- กำหนดการวันที่ 9 มกราคม 2553

ตามที่มานี้ http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=14545&Key=news18
หน้า: [1] 2 3 ... 129